Page 413 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 413
โบราณคดีอินเดีย | 405
เทวา ัยร ่นห ัง
เทวา ัย ิงคราช (Lingaraja) (ภาพที่ 8.164-8.165)
เป็นสถาปัตยกรรมโอริสสาที่สวยงามที่สุดอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 (พุทธศตวรรษที่
17) ตั้งอยู่ที่เมืองภูพเนศวร ตามเรื่องราวที่เล่ากันมากล่าวว่าศาสนสถานนี้สัมพันธ์กับกษัตริย์โสมวังศิ
(Somavamsi) 3 องค์ ซึ่งมีพระนามลงท้ายด้วย Kesari แต่ไม่มีหลักฐานระยะเวลาที่ชัดเจน จากจารึก
บนกําแพงของชคโมหนะ กล่าวถึงการอนุญาตให้หมู่บ้านเป็นผู้ดูแลรักษาตะเกียงในเทวสถานกฤตติวสะ
(Krttivasas) ให้สว่างอยู่ตลอดเวลา จารึกมีอายุอยู่ที่ ค.ศ. 1114 -1115 (พ.ศ. 1657-1658) ในรัชสมัย
97
ของกษัตริย์อนันตวรรมัน โฉทคังคา (Anantavarman Chodaganga) แห่งราชวงศ์คงคา (Ganga)
เทวาลัยลิงคราชแสดงให้เห็นรูปแบบของศิขรที่มีพัฒนาการถึงขั้นสุดท้าย ตัวศาสนสถาน
โค้งเข้าบริเวณ 1/3 ของความสูง ส่วนบนประดับด้วยอมลกะ และกลศที่ส่วนยอด ศาสนสถาน
ประกอบด้วยอาคาร 4 หลังตั้งอยู่บนแกนเดียวกัน วางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก แต่อาคารทั้งสี่นี้
ไม่ได้สร้างขึ้นพร้อมกัน แรกเริ่มมีเพียง 2 อาคารคือ ศรีมณเฑียร และชคโมหัน อีก 2 หลังอาจสร้าง
หลังจากนั้นเกือบศตวรรษ (หรือมากกว่า) อาคารทั้งสี่ ได้แก่
- ศรีมณเฑียร (Sri Mandir คือ deul - ครรภคฤหะ) สูง 45.11 เมตร มีผังเป็น
แบบปัญจรถะ
- ชคโมหนะ (jagamohan) ห้องประชุมหรือห้องชุมนุม (an assembly hall) มี
ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 21.6x16.8 เมตร สูง 28.96 เมตร
- นา -มณเฑียร (nata-mandira) หรือ นา มณฑป (nat mandir -a dancing
hall)
- โภค-มณฑป (bhaga-mandapa) ห้อง ( ถง) สําหรับถวายเครื่องบูชา โ
สองหลังสุดท้ายสร้างเพิ่มเติมขึ้นภายหลัง
อาคารทั้งสี่มีหลังคาที่มีขนาดต่างกัน แต่ส่วนของครรภคฤหะ (deul) เป็นหลังคาทรง
ศิขรสูง ส่วนฐานกว้าง 16.8 เมตร ผังเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ส่วนยอดประดับด้วยกลศ (kalasa) ที่
รองรับ ตรีศูล ที่องค์ศิขรประดับด้วยศิขรจําลอง (ส่วนที่ยื่นออกมาประดับด้วยรูปสิงโตกําลังขย้ําช้าง
98
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่พบได้บ่อยในสถาปัตยกรรมโอริสสา) ภายในมีห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 5.7 เมตร
99
ไม่มีเพดาน (เป็นปล่องขึ้นไปตลอดความสูงของศิขร)
97 Mitra : pp.57-61.
98 มีชื่อเรียกว่า gaja-kranthasimhas เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอํานาจของราชวงศ์ที่ปกครองโอริสสา (ประดุจสิงโต) ซึ่ง มีชัยเหนือผู้ที่
ด้อยกว่า (ช้างในลักษณะคู้เข่า) บางครั้งสัญลักษณ์นี้ใช้ประดับสองข้างประตูทางเข้า (หรือบันได) ในความหมายของผู้พิทักษ์ - Ram,
Vikramajit, Elephant Kingdom (India: Mapin Publishing Pvt. Ltd., 2007), p.88.
99 Brown : p.104.

