Page 444 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 444

โบราณคดีอินเดีย   | 436
















































                                                     า ที  8.201 จัณเท น ครห  รติ


                                  พัฒนาการต่อมาของสถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียนคือการเปลี่ยนจากการขยายขนาดของ
                       หลังคาที่เทวาลัยประธานเป็นการขยายขนาดของประตูทางเข้าที่กําแพงที่ล้อมรอบ จากคริสต์ศตวรรษ

                       ที่ 12 (พุทธศตวรรษที่ 17) เป็นต้นมา มักพบการทําให้ศาสนสถานมีการป องกันที่แข็งแรงด้วยการสร้าง
                       กําแพงสี่เหลี่ยมจัตุรัสล้อมรอบ 3 ชั้น มีประตูทางเข้าที่มีหอคอยหรือป อมปราการ 4 ด้าน ซึ่งจะพัฒนา

                       ไปสู่โคปุระ (Gopuram) หอคอยหรือป อมปราการนี้ (watch-towers or gatehouse) มีความสูงกว่า

                       ศิขรที่เทวาลัยประธานมาก โคปุระมักเป็นทรงป รามิด (ที่มีส่วนบนสุด) เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (oblong
                       pyramid)  รูปแบบใหม่นี้มักจะเรียกกันว่าแบบปาณฑยะ (Pandyan) จากชื่อของราชวงศ์ซึ่งเข้ามามี

                       อํานาจแทนราชวงศ์โจ ะในดินแดนทมิ  ซึ่งกษัตริย์ในราชวงศ์นี้ โปรดที่จะสร้างกําแพงและประตู
                       ล้อมรอบศาสนสถาน นอกจากนี้ศิลปะสกุลช่างนี้ยังนําการประดับตกแต่งอย่างมากมายเข้ามาใช้รวมถึง

                       การนํารูปสัตว์ (ม้าและสิงห์)   เข้ามาใช้กับเสา (เสาโดดและเสาติดผนัง) อันเป็นลักษณะเด่นของ
                                               134
                       สถาปัตยกรรมแบบดราวิเดียน





                        134 Basham : pp.358-359.
   439   440   441   442   443   444   445   446   447   448   449