Page 440 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 440
โบราณคดีอินเดีย | 432
สมัยโจ ะตอนต้นสิ้นสุดลงหลังการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าราเชนทระที่ 1 ซึ่งเป็น
กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโจ ะ ในช่วง 300 ป จนถึงกษัตริย์โจ ะองค์สุดท้ายคือราเชนทระที่ 3 โจ ะ
131
ได้เข้ามามีอํานาจครอบคลุมถึงศรีลังกาและศรีวิชัย
หาวิหารที ตันชอร (เทวา ัย ระ ิวะที ตานชว ร ) หร อเทวา ัย หเท วร
(Brihadesvara) หร อเทวา ัยราชาราเช วร (Rajarajesvara) ( ิ ะท ิ ตอนก าง)
สร้างราว ค.ศ. 1007 (พ.ศ. 1550) โดยราชาราชะ (Rajaraja ค.ศ. 985-1018/ พ.ศ.
1528-1561) แห่งราชวงศ์โจ ะ นับเป็นเทวาลัยที่ใหญ่ที่สุดและสูงที่สุดในอินเดีย
ที่ศาสนสถานของราชาราชะ อาคารสูงขนาดเล็กแบบปัลลวะถูกแทนที่ด้วยรูปป รามิด
ขนาดใหญ่ ยกสูงขึ้นไปจากฐานที่ตั้งตรงและประดับด้วยโดมที่ส่วนยอด มีความสูงทั้งหมดเกือบ 60 เมตร
สิ่งนี้เป็นลักษณะของศิขรแบบดราวิเดียนซึ่งสืบต่อมาจนปัจจุบัน ศาสนสถานมีห้องโถงที่ประกอบด้วยเสาที่
132
มีการตกแต่งอย่างสวยงามจํานวนมาก
ัก ณะ า ตยกรร ภายในกําแพงขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเทวาลัย(ขนาดเล็ก)
ของเทพบริวาร (parivaradevata) และเทพผู้รักษาทิศ (dikpara) เทวาลัยของ (พระศิวะปาง) จันเทศวร
(Candesvara) (ภาพที่ 8.196)
ผังของเทวาลัยประกอบด้วยวิมาน, ปราสาทประธาน และมณฑป (ส่วนสําคัญที่สุด
ของอาคารไม่ใช่วิมานซึ่งอยู่ตรงกลางอีกแล้ว) เทวาลัยองค์กลาง (ภาพที่ 8.197) ปราสาทประธาน
(วิมาน) อยู่ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ชั้น สูง 63 เมตร มีหลังคา 13 ชั้น ภายในเทวาลัยมีทางเดินประทักษิณ
ทั้ง 2 ชั้น ทางเดินดังกล่าวประกอบด้วยคูหาที่กั้นด้วยธรณีประตู แต่ไม่มีประตู ที่ผนังของทางเดินมีภาพ
จิตรกรรมของสมัยหลัง (นายะกะ) รวมถึงภาพทักษิณามูรติ (Daksinamurti - พระศิวะปางสั่งสอน) และ
ราชาราชะ ด้านหน้าปราสาทประธานมีเทวาลัยนนทิ (ภาพที่ 8.198)
ประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นโคปุระ อยู่ตรงกึ่งกลางของกําแพงที่
ล้อมรอบ โคปุระนี้ได้กลายเป็นส่วนสําคัญที่สุดของเทวสถาน (ภาพที่ 8.199)
ทางเดินที่ประกอบด้วยเสาที่อยู่ภายในกําแพงเป็นตัวเชื่อมเทวาลัยเล็ก ๆ หลาย
หลังที่อยู่ตามทิศหลักและทิศย่อย
131
Harle :p.311.
132 Basham : p.359.

