Page 628 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 628

โบราณคดีอินเดีย | 620








                       ก  ่  ระเท ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ภาพที่ 12.12)
                                  เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า อินเดียเป็นแม่บทที่สําคัญต่อดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียง

                       ใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวัฒนธรรมการติดต่อระหว่างดินแดนทั้งสองน่าจะมีมานานแล้วอาจตั้งแต่
                       สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดังเช่นในประเทศเมียนมาซึ่งอยู่ติดกับอัสสัมและเบงกอล ได้พบขวานหินมีบ่า

                       แบบที่พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียแพร่เข้ามาในพม่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลงไป

                       ถึงมาเลย์ และอินโดนีเซีย
                                  แต่ร่องรอยทางด้านโบราณคดีของอารยธรรมอินเดียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี

                       อายุไม่เก่ากว่าคริสต์ศตวรรษที่ 1-2 (พุทธศตวรรษที่ 7-8) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวชาวอินเดียที่เดินทางเข้ามา
                       ซึ่งนอกจากพ่อค้าแล้ว คงมีนักบวช (พุทธและพราหมณ์) รวมถึงผู้ที่มีความรู้เดินทางเข้ามาพร้อมกับวัตถุทาง

                       วัฒนธรรม (ที่เป็นรูปธรรม) ด้วย จึงทําให้เหลือหลักฐานปราก อยู่ เช่นศิลาจารึกภาษาสันสกฤต

                       (คริสต์ศตวรรษที่ 2/ พุทธศตวรรษที่ 8) พระพุทธรูปศิลปะอมราวดี (อายุอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 / พุทธ
                       ศตวรรษที่ 9)  เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่าอารยธรรมอินเดียที่แพร่เข้ามาในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

                                                                                29
                       ก่อให้เกิดผลอย่างแท้จริงในคริสต์ศตวรรษที่ 4-5 (พุทธศตวรรษที่ 9-10)
                                  สาเหตุที่ทําให้การติดต่อระหว่างอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แพร่หลายในช่วงเวลา
                       ดังกล่าวเนื่องมาจาก

                                        1. การค้า จากหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรและหลักฐานโบราณคดีแสดงให้เห็น
                       ว่าสินค้าที่ส่งออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปอินเดีย ได้แก่ ทอง เครื่องเทศเช่นอบเชยและกานพลู

                       การบูร ไม้หอม และยางไม้หอม ซึ่งบางส่วนอาจถูกส่งต่อไปยังแถบเมดิเตอเรเนียนด้วย ส่วนสินค้าจาก
                                                                      30
                       อินเดียได้แก่ ผ้า  าย น้ําตาลลูกปัด และภาชนะบางประเภท
                                        2. เทคนิคการต่อเรือพัฒนาขึ้น

                                        3. รู้จักวิถีลมมรสุมทําให้การเดินเรือระหว่างประเทศอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
                       สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

                                        4.  การที่พุทธศาสนาเจริญแพร่หลายขึ้น ทําให้มีการเดินทางออกนอกประเทศมาก

                       ยิ่งขึ้นซึ่งคงเดินทางมาทั้งทางน้ําและทางบก
                                        เมืองท่าของอินเดียที่ชาวอินเดียใช้เดินทางมาติดต่อกับดินแดนเอเชียตะวันออก

                       เฉียงใต้ ได้แก่ เมืองกาเวริปั  ินัม บนปากแม่น้ํากาเวริ,  เมืองปอนดิเชรีและเมืองโสปัตมะ บน ั งตะวันออก

                       เฉียงใต้,  เมืองตามรลิปติหรือตัมลุกบนปากแม่น้ําคงคา บน ั งตะวันออกเฉียงเหนือ ทาง ั งตะวันตก, เมือง
                       ภรุกัจฉะและศูรปารกะ ทางเหนือ และเมืองมุฉิริทางใต้






                        29
                         สุภัทรดิศ ดิศกุล, ประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ถึง พ.ศ. 2000 (กรุงเทพ : ห้างหุ้นส่วนจํากัด สามลดา, 2549), หน้า 5.
                        30 Singh : p. 412.
   623   624   625   626   627   628   629   630   631   632   633