Page 199 - วัชรยานยันตระ
P. 199
มุทรา) เราจะเห็นได้ว่า จารึกมักจะกล่าวถึงการอุทิศนางร าให้แก่ศาสนสถาน
เพื่อร่วมในการประกอบพิธีกรรม นอกจากนี้เรามักพบภาพนางร าในภาพวาด
(จิตรกรรม) ตามวัดพุทธตันตระของธิเบต แสดงให้เห็นถึงบทบาทและ
ความส าคัญของนางร าในพุทธสถานตันตระ อาจกล่าวได้ว่าปราสาทบันทาย
ฉมาร์เป็นพุทธสถานที่ส าคัญแห่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของวัชรยาน
ตันตระในกัมพูชาได้อย่างชัดเจน
4.3.3. ประติมากรรมรูปเคารพ
พระพุทธรูปนาคปรก
ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา พระพุทธรูปนาคปรกได้เป็นที่
นิยมอย่างมากในวัฒนธรรมเขมรโบราณ ท าให้มีนักวิชาการบางท่าน
พยายามให้ความหมายของพระพุทธรูปนาคปรกในวัฒนธรรมเขมรว่า
ความหมายที่แฝงหรือซ่อนเร้นอยู่ในประติมากรรมพระพุทธรูปนาคปรกนั้น
อาจมีความสัมพันธ์กับแนวคิดแบบตันตระ เช่น มีการตีความว่า ตามแนวคิด
ตันตระนั้น “นาค” ซึ่งสัมพันธ์กับน ้าเปรียบเสมือนจิตวิญญาณที่แฝงอยู่ในน ้า
ที่ก าลังไหล (การไหลของน ้าเหมือนการเคลื่อนไหวของนาค) นอกจากนี้นาค
ั
ที่ปรากฏเป็นส่วนประกอบของสถาปตยกรรมเขมร เช่น สะพานนาคนั้นยัง
ถูกตีความว่าเปรียบประดุจ “รุ้ง” ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับ
โลกสวรรค์ นาคจึงเปรียบเสมือนพาหนะที่น า (สัตว์โลก) ไปสู่สวรรค์
ความหมายทางตันตระคือ “นาค” จะอยู่ภายในกายของผู้นับถือ
ตันตระผู้ซึ่งจะพบความหลุดพ้นได้โดยการเพ่งสิ่งที่คล้าย (หรือ
เปรียบเสมือน) นาค ซึ่งไหลวนเวียนอยู่ภายในร่างกาย (Woodward, 2010:
55) วูดเวิร์ด (Woodward) ยังมองว่า พระพุทธรูปนาคปรกของเขมรใน
ลักษณะทรงเครื่องแสดงให้เห็นว่า พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้บนสวรรค์ (ตาม
แนวคิดตันตระ) ไม่ใช่ใต้ต้นโพธิ์
189

