Page 328 - วัชรยานยันตระ
P. 328
เกี่ยวกับเรื่องพระสงฆ์นิกาย “อรี” นี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระยาด ารงราชานุภาพทรงแสดงพระวินิจฉัยไว้ใน “เที่ยวเมืองพะม่า”
(สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด ารงราชานุภาพ, 2489: 319-323)
ดังนี้
“----พระเจ้าอนุรุทธิ์ทรงท านุบ ารุงพระพุทธศาสนา
เป็นการส าคัญ ด้วยแต่ก่อนมาพวกมอญกับพวกพยูถือ
พระพุทธศาสนาตามคติเถรวาท----แต่พวกพะม่าถือ
พระพุทธศาสนาอย่างคติ “มหายาน” ซึ่งชาวอินเดียพามายัง
่
เมืองม่านโดยทางบก พวกภิกษุสงฆ์ฝายมหายานที่มาสอน
พระพุทธศาสนาแก่พะม่า เห็นจะเป็นภิกษุมหายานพวก
ตันตระ แต่พะม่าเรียกว่า “อรี” (มาจากค า “อริยะ” ในภาษา
มคธ) ลัทธิของภิกษุสงฆ์นิกายนี้เอาอถรรพเวทของ
พราหมณ์เข้าเจือปนกับพุทธศาสนา จนเลยถือว่าอาจจะ
กระท าให้เกิดดีและร้ายแก่มมนุษย์ได้ด้วยวิทยาคมและ
บังคับภูตผีปีศาจ พวกพะม่าถือผีอยู่แล้วก็กลัวเกรงอิทธิฤทธิ์
ของภิกษุสงฆ์พวกอรีนั้น ครั้นจ าเนียรกาลนานมาพวก
ภิกษุอรีก็ทะนงใจกล้าประพฤติอนาจารต่างๆ โดยเปิดเผย
เช่น เสพสุราและเสพเมถุนเป็นต้น-----”
“---- ในพงศาวดารพะม่าว่า เมื่อพระเจ้าอนุรุทธิ์ตี
เมืองสะเทิมได้ (เมื่อ พ.ศ. 1600) ทรงให้ก าจัดพวกภิกษุอรี
เสียหมด ให้มีแต่พระสงฆ์นิกายหินยานอย่างเดียว แต่นั้นคติ
พระพุทธศาสนาที่นับถือกันในเมืองพะม่าก็เป็นอย่างหินยาน
ทั่วทั้งประเทศ ---- แต่ข้อที่ว่านี้ไม่ยุติต้องกับลักษณะ
โบราณวัตถุที่ยังเหลืออยู่ ณ เมืองพุกาม ด้วยมีวัดอย่าง
มหายานซึ่งตั้งพระประธาน 3 องค์และฝาผนังเขียนรูปภาพ
ตามคติมหายานสร้างในสมัยราชวงศพระเจ้าอนุรุทธ์อยู่
318

