Page 326 - วัชรยานยันตระ
P. 326
มหายานตันตระ - ลัทธิอรี (Ari)
นักวิชาการส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า ลัทธิ อรัน (Aran)
หรือ อรี ที่มีการกล่าวถึงในพงศาวดารเมียนมานั้นหมายถึง นักบวชที่นับถือ
่
พระพุทธศาสนาฝายมหายานตันตระ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานักวิชาการได้มี
การตีความที่มาของลัทธินี้แตกต่างกันไป เช่น บางคนมีความเห็นว่านิกายนี้
่
พัฒนามาจากลัทธิพื้นเมืองที่มีชื่อว่า ‘taw-kyaung’ ‘taw-skhin’ = คุรุแห่งปา
(Huber, 1909: 584) ซึ่งปรากฏในเมียนมามานานแล้ว บ้างกล่าวว่าพระ
วิษณุเป็นเทพของลัทธิอรีและลัทธินี้เป็นลัทธิพื้นเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากการ
บูชานาค
ส่วนดูรัวเซล (Duroiselle) กล่าวว่า “อรี” เป็นลัทธิในนิกายมหายาน
ที่ผสมผสานกับพวกที่บูชานาคและพวกนับถือผีและต่อมาประมาณพุทธ
ศตวรรษที่ 13 ได้รับอิทธิพลวัชรยานตันตระ และลัทธิสหชิยา (Sahajiya
cults) จากเบงกอลและเนปาล (Ray, 1936: 70) หลักฐานทางศิลปกรรมของ
นิกายนี้ปรากฏขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 และเจริญสูงสุดในพุทธศตวรรษที่
18
ทัน-ทุน (Than Tun) นักวิชาการชาวเมียนมามีความเห็นว่า Ari
่
หรือ Aran มาจากค าว่าอรัญญกะ (arannaka) หมายถึง ผู้ทีอาศัยอยู่ในปา
่
มีจารึกหลายฉบับที่กล่าวถึง “พวกที่อาศัยอยู่ในปา” ใน พ.ศ.1759
่
พระมารดาของพระราชินีได้สร้างพุทธสถานขึ้นในปา และได้รับการอุปถัมภ์
จากราชส านักตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 18 มีการอุทิศที่ดินและสิ่งของต่างๆ
่
(รวมถึงทาส) ให้กับวัด นอกจากนี้มีการสร้างพุทธสถาน ‘วัดปา’ อีกหลาย
แห่งส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันออกของพุกาม เช่น ใน พ.ศ. 1776 ข้าราชการผู้
หนึ่งนาม “ราชมหามังคลปติ” (Rajamahamangalapati) ก็ได้สร้าง “กู่” ขึ้นที่
่
วัดปาในมินนันถู (Minnanthu) ทางตะวันออกของพุกาม จากหลักฐานแสดง
่
ให้เห็นว่าตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 18-19 นิกาย “วัดปา” มีศูนย์กลางอยู่ทาง
ตะวันออกติดกับเมืองหลวง คือ พุกาม (Than Tun, 1988: 86)
316

