Page 322 - วัชรยานยันตระ
P. 322

ความเห็นว่า ค าที่ภิกษุเสวียนจั้งเรียกนิกายพุทธศาสนาที่เจริญอยู่ในเมียนมา
              และมหาโพธิวิหารในช่วงนั้นว่า “มหายานแห่งสถวีระ” น่าจะหมายถึง นิกาย
              สรวาสติวาทซึ่งเป็นพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่ใช้ภาษาสันสกฤต (แบบ

              มหายาน) (Ray, 1936: 21)
                     หลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวเนื่องในนิกายมูลสรรวาสติวาท
                     หลักฐานส าคัญที่แสดงให้เห็นร่องรอยของพุทธศาสนานิกาย
              สรรวาสติวาทในประเทศเมียนมา ได้แก่ จารึกและหลักฐานประติมากรรม
              รูปเคารพ หลักฐานประเภทจารึกนั้นได้พบจารึกที่น่าสนใจจ านวนมาก เช่น

              จารึกที่พบที่หมู่บ้านกั่นแว็ดเค้าโก๊ง (Kan-wet-khaung-kon) ในเมืองแปรเก่า
              (Old Prome) เป็นจารึก 2 ภาษา (คือภาษาสันสกฤตแทรกด้วยหลักธรรม
              ภาษาปยูที่คัดลอกมาจากคัมภีร์ภาษาสันสกฤต) ปรากฏอยู่บนฐาน 3 ด้าน
              ของพระพุทธรูป จารึกด้วยอักษรคุปตะ-พราหมีของอินเดียภาคตะวันออก
              ก าหนดอายุได้ในพุทธศตวรรษที่ 12 (Ray, 1936: 19)
                     จารึกที่ส าคัญอีกชิ้นหนึ่งพบที่(ห)เมาซา (Hmawza) เป็นจารึกบน

              ฐานพระพุทธรูปไม่มีเศียร เป็นจารึกคาถาเย ธรรมา ภาษาสันสกฤต อักษร
              พราหมีทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 ลักษณะ
              ของพระพุทธรูปแสดงอิทธิพลศิลปะหลังคุปตะเช่นเดียวกับองค์แรก เรย์
              คิดว่าพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะได้รับอิทธิพลอินเดียภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

              โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคว้นมคธ นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานอื่นๆ อีก เช่น
              ประติมากรรมดินเผาและศิลา ซึ่งแสดงลักษณะศิลปกรรมแบบมคธในช่วง
              พุทธศตวรรษที่ 11-13 ซึ่งในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 นั้นมคธเป็นศูนย์กลาง
              พุทธศาสนาเถรวาทนิกายสรรวาสติวาทดังเช่นที่อี้จิ้งและเสวียนจั้งกล่าวไว้
                                                            ั่
              อย่างไรก็ตามบาทหลวงจีนก็ไม่ได้เดินทางมาแถบชายฝงทะเลเมียนมา
              (Ray, 1936: 21-23)






                                          312
   317   318   319   320   321   322   323   324   325   326   327