Page 321 - วัชรยานยันตระ
P. 321
ขอให้พระเจ้าอนิรุทธช่วยขับไล่กองทัพของโจฬะที่มารุกราน และขอให้
พระเจ้าอนิรุทธส่งพระภิกษุสงฆ์และพระไตรปิฎกเพื่อไปฟื้นฟูพุทธศาสนาใน
เกาะลังกา (สุภัทรดิศ ดิศกุล, 2549: 102) เรื่องราวความสัมพันธ์ทางพุทธ
ศาสนาระหว่างเมียนมาและลังกายังปรากฎในจารึกภาษาทมิฬที่วิหาร
หมายเลข 10 ที่ลตมัณฑปายะ (Latamandapaya) เมืองโปลนนารุวะด้วย
(จารึกในพุทธศตวรรษที่ 17) (Mon Bokay, 1996: 93-94)
ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาและลังกาต่อเนื่องมาจนถึงสมัย
พระเจ้าจันสิตถา (พ.ศ. 1617- 1656) ซึ่งได้ท าการสังคายนาพระไตรปิฎก
ตามแนวทางของส านักมหาวิหารแห่งลังกา (Luce, 1969: vol.I, 6)
ในรัชสมัยของพระเจ้านรปติสิถู (พ.ศ. 1717-1754) แห่งเมียนมา
ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าปรกรมพาหุที่ 1 แห่งศรีลังกา พระสงฆ์เมียนมา
ได้เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนานิกายมหาวิหารที่ลังกา พระสงฆ์เชื้อ
สายมอญที่มีบทบาทที่ส าคัญคือ ฉปฏะ (Chapata) ได้ศึกษาพระพุทธศาสนา
ที่ลังกาถึง 10 ปี เมื่อกลับมาเมียนมาใน พ.ศ. 1733 ได้ท าการบวชใหม่ตาม
แบบส านักมหาวิหาร หลังจากนั้นพุทธศาสนานิกายมหาวิหาร (หรือลัทธิ
ลังกาวงศ์) ก็ได้เข้ามาแทนที่นิกายเถรวาทเดิม
ตั้งแต่ตอนปลายของพุทธศตวรรษที่ 18 พระพุทธศาสนาเถรวาท
นิกายมหาวิหาร (ลังกาวงศ์) ก็เป็นที่แพร่หลายทั่วไปในดินแดนเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ (เมียนมา ไทย กัมพูชา และลาว)
นิกายมูลสรรวาสติวาท
นิกายมูลสรรวาสติวาท ซึ่งเป็นพระพุทธศาสนานิกาย
เถรวาทที่ใช้ภาษาสันกฤตนั้น ถือได้ว่าเป็นพระพุทธศาสนาที่ใช้ภาษา
สันสกฤตนิกายแรก (ที่มีอายุเก่าสุด) ที่พบในอาณาจักรปยู นิกายนี้มาจาก
มคธในอินเดียตะวันออก ซึ่งเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนานิกายมูลสรวา
สติวาทในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 เรย์ (Ray) นักวิชาการชาวเมียนมามี
311

