Page 109 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 109
บทที( 5 กําเนิดและวิวัฒนาการของสัตว์ตระกูลไพรเมต 102
รูปที( 5.19 ตัวอย่างชิ?นส่วนกะโหลกและขากรรไกรของ ลูแฟงพิเทคัส จากประเทศจีน
ตัวอย่างกระดูกขากรรไกรล่างของ ลูแฟงพิเทคัส ที(ค้นพบค่อนข้างสมบูรณ์ (มี
เพียงฟันหน้า 2 ซี(ที(หายไป) ฟันเขี?ยวค่อนข้างใหญ่ ฟันหน้าก็กว้าง ลักษณะทั(วไปของฟัน
คล้ายกับฟันของ ไดรโอพิเทคัส ในยุโรปมากกว่าของ ศิวะพิเทคัส ส่วนกะโหลกที(พบก็มี
ความคล้ายกับตัวอย่างที(พบในเคนยา ตุรกี และปากีสถาน เช่น มีสันกลางกะโหลก
หน้ากว้างและสั?น และสันคิ?วบาง (Larsen et al. 1998:35-36)
เมื(อปี 2545 ได้มีการค้นพบซากฟอสซิลฟันจํานวน 18 ซี( (รูปที( 15.20) ที(บริเวณ
เหมืองแร่ในเขตอําเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา โดยทีมนักวิชาการชาวไทยและฝรั(งเศส
ผลการศึกษาชี?แนะว่าฟันดังกล่าวมีอายุประมาณ 13-10 ล้านปีมาแล้ว ซึ(งอยู่ในช่วง
รอยต่อระหว่างยุคไมโอซีนตอนกลางและตอนปลาย ทีมวิจัยได้สรุปว่าฟันที(พบเป็นของลิง
ไม่มีหางสกุล ลูแฟงพิเทคัส และกําหนดให้เป็นสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า ลูแฟงพิเทคัส
เชียงม่วนเอนซิส (Lufengpithecus Chiangmuanensis) และเสนอด้วยว่า ลูแฟงพิ
เทคัส เชียงม่วนเอนซิส นี?อาจจะเป็นบรรพบุรุษของอุรังอุตัง (เยาวลักษณ์ ชัยมณี 2546)
อย่างไรก็ตามหลักฐานที(มีอยู่ในขณะนี?มีน้อยเกินไปที(จะสรุปเช่นนั?น และตัวอย่างที(พบก็มี
เพียงแค่ฟันเท่านั?น เราต้องไม่ลืมว่าในยุคไมโอซีนมีลิงไม่มีหางหลายสกุลและหลายชนิด
ด้วย ฉะนั?น ลูแฟงพิเทคัส เชียงม่วนเอนซิส อาจจะเป็นลิงไม่มีหางอีกกลุ่มหนึ(งต่างหากที(
ไม่มีความสัมพันธ์ทางชีววิทยากับอุรังอุตังก็ได้ หวังว่าในอนาคตถ้ามีการค้นพบซาก
ฟอสซิลส่วนอื(นๆของ ลูแฟงพิเทคัส เชียงม่วนเอนซิส เราอาจพูดได้อย่างมั(นใจกว่านี?

