Page 109 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 109
107
ในอดีต ข้อมูลของผู้บริโภคในภาคการเงิน เช่น บัญชีธนาคารหรือกรมธรรม์ประกันภัย มักถูกมองว่าเป็นทรัพย์สินของสถาบันการเงิน ข้อมูลเหล่านี้
ถูกจัดเก็บอย่างแยกส่วนและปิดกั้น (Data Silos) ท�าให้การเคลื่อนย้ายข้อมูล หรือการน�าไปใช้ประโยชน์ต่อยอดท�าได้ยาก และผู้บริโภคเองก็ไม่มีอ�านาจ
ในการควบคุมข้อมูลของตนเอง จุดเปลี่ยนที่ส�าคัญเกิดขึ้นเมื่อ “แนวคิด” ใหม่ได้ถือก�าเนิดขึ้น นั่นคือ “ข้อมูลเป็นของผู้บริโภค” (Consumer Data
Ownership)
แนวคิดนี้เชื่อว่า ผู้บริโภคผู้เป็นเจ้าของข้อมูล ควรมีสิทธิในการควบคุม ผู้บริโภค ที่ได้รับบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น
เข้าถึง และ อนุญาตให้มีการแบ่งปันข้อมูลของตนเอง ไปยังผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการ ที่สามารถพัฒนานวัตกรรม และแข่งขันได้อย่าง
รายอื่นได้อย่างปลอดภัย เพื่อแลกกับบริการที่ดีขึ้น การแข่งขันที่มากขึ้น เท่าเทียม
และนวัตกรรมที่หลากหลายขึ้น โดยแนวคิดนี้ถูกน�ามาปฏิบัติจริงอย่างเป็น ระบบเศรษฐกิจโดยรวม ที่มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
รูปธรรมครั้งแรกใน ภาคธนาคาร ซ้ึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “Open Banking”
แนวโน้มนี้จึงเป็นแรงผลักดันส�าคัญให้ประเทศไทยต้องพิจารณา
การเคลื่อนไหวนี้เริ่มต้นอย่างชัดเจนในยุโรป โดยเฉพาะใน กรอบและรูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
สหราชอาณาจักร (UK) และการผลักดันผ่านกฎระเบียบอย่าง PSD2 ต่อไป
(Revised Payment Services Directive) ในสหภาพยุโรป (EU)
กฎหมายเหล่านี้ได้บังคับให้ธนาคารต้องสร้างช่องทางที่ปลอดภัย (ผ่าน
เทคโนโลยีที่เรียกว่า APIs) เพื่อให้ลูกค้าสามารถ “อนุญาต” ให้แอปพลิเคชัน จากวิสัยทัศน์ “Open Data”
หรือ ผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ (FinTech) เข้าถึงข้อมูลบัญชีของตนได้
สู่โครงการ “Open Insurance”
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการใหม่ๆ อย่าง
กว้างขวาง เช่น แอปพลิเคชันบริหารการเงินส่วนบุคคลที่สามารถดึงข้อมูล อุตสาหกรรมการเงินของไทยก�าลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ทุกบัญชีธนาคารมาไว้ในที่เดียว หรือบริการเปรียบเทียบสินเชื่อที่แม่นย�าขึ้น โดยมี 3 หน่วยงานก�ากับดูแลหลัก เป็นผู้น�าได้แก่ ส�านักงานคณะกรรมการ
ก�ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ธนาคารแห่ง
ความส�าเร็จของ Open Banking จึงเป็นปัจจัยส�าคัญที่ผลักดันให้ ประเทศไทย (ธปท.) และส�านักงานคณะกรรมการก�ากับหลักทรัพย์และ
หน่วยงานก�ากับดูแลและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก เริ่มพิจารณาประยุกต์ใช้ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทั้งสามหน่วยงานได้ริเริ่มแนวคิด
“หลักการเดียวกัน” นี้กับภาคการเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคประกันภัย ในการสร้างโครงสร้างพื้ นฐานทางด้านข้อมูลของภาคการเงินร่วมกัน
โดยมีตัวอย่างของการขยายผลสู่การผลักดันการใช้ข้อมูลด้านการประกันภัย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Open Data for Consumer Empowerment”
เช่น สหราชอาณาจักร (UK) มีการใช้งานฐานข้อมูลกลาง CUE (Claims
and Underwriting Exchange) มาอย่างยาวนาน เพื่อให้บริษัท ซ้ึ่งโครงการดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่มีเป้าหมาย
ต่าง ๆ สามารถแบ่งปันประวัติการเคลม (รถยนต์ ที่อยู่อาศัย) ซ้ึ่งเป็น เพื่อสร้าง ระบบนิเวศด้านข้อมูลของด้านการเงินของประเทศ โดยเปิดให้
เครื่องมือส�าคัญในการประเมินความเสี่ยงและป้องกันการฉ้อโกง หรือใน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง 3 ภาคส่วนหลัก คือ ภาคธนาคาร
สหรัฐอเมริกา (USA) มีองค์กรกลางอย่าง NICB (National Insurance ภาคประกันภัย และภาคตลาดทุน วัตถุประสงค์ส�าคัญคือ เสริมสร้างพลัง
Crime Bureau) และฐานข้อมูล ISO ClaimSearch ที่ท�าหน้าที่รวบรวม อ�านาจให้ผู้บริโภค (Consumer Empowerment) โครงการนี้ถูกวางเป็น
ข้อมูลการเคลมจากทั่วทั้งอุตสาหกรรม เพื่อวิเคราะห์และต่อสู้กับการฉ้อโกง ยุทธศาสตร์ระดับชาติ และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายใน
ประกันภัยอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ในส่วนของสหภาพยุโรป EU ก�าลัง ปี พ.ศ. 2570 ซ้ึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งส�าคัญใน
ด�าเนินการร่างกรอบการท�างานใหม่ล่าสุดอย่าง FIDA (Financial Data อุตสาหกรรมการเงินและประกันภัยของไทย
Access Regulation) ซ้ึ่งไม่ได้แยกส่วนธนาคารหรือประกันภัย แต่มี
เป้าหมายเพื่อสร้าง “ตลาดเดียวส�าหรับข้อมูล” (Single Market for Data) ส�านักงาน คปภ. ตระหนักดีว่าภาคประกันภัยมีความซับซ้อนและ
ที่ครอบคลุมทั้งข้อมูลการธนาคาร การลงทุน เงินออม และ “ผลิตภัณฑ์ ลักษณะเฉพาะตัวสูง ทั้งในแง่ของ ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และระบบ
ประกันภัย” ทั้งหมดไว้ภายใต้กรอบกฎหมายเดียว เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้อุตสาหกรรมยังถูกขับเคลื่อนด้วย
สภาพแวดล้อมในด้านเทคโนโลยี และด้านการประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไป
ในภูมิทัศน์โลกปัจจุบัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการเงินการประกันภัย ได้แก่ ความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล ที่ต้องการบริการ
เพื่อเสริมศักยภาพในมิติต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมนั้น เป็นแนวโน้มที่ ที่รวดเร็ว โปร่งใส และความซับซ้อนของความเสี่ยงยุคใหม่ (Complexity
หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการเปิดให้ข้อมูลไหลเวียนอย่างปลอดภัยและมี of Modern Risks) เช่น การฉ้อฉลประกันภัย (Insurance Fraud)
มาตรฐาน จะช่วยสร้างประโยชน์มหาศาลแก่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น : ที่ซ้ับซ้้อนขึ้น ซ้ึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยงกันเพื่อวิเคราะห์และป้องกัน
ได้อย่างทันท่วงที

