Page 110 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 110
108
ด้วยความท้าทายเหล่านี้ โครงการ Open Insurance จึงได้ถือก�าเนิดขึ้น โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง ส�านักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย
โดยมีเป้าหมายหลักคือ พัฒนาระบบและวางรากฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล ภายในภาคประกันภัยให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลาง และเตรียม
ความพร้อมขยายผลการเชื่อมต่อข้อมูลกับภาคส่วนอื่นในอนาคต
ประโยชน์ของโครงการ Open Insurance
โครงการ Open Insurance ไม่ใช่เพียงแค่ “โครงการหนึ่ง” แต่เป็น “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” (Structural Change) ที่ส�าคัญ
ต่ออุตสาหกรรมประกันภัยไทย เพราะเป็นการวาง โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี (Data Infrastructure) ที่จะก�าหนดอนาคตของอุตสาหกรรม
ประกันภัยไทย
การเปิดข้อมูลผ่าน Open Insurance
จะสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างมหาศาล และช่วยปลดล็อกศักยภาพในหลายมิติ
้
่
่
่
1. เพิมประสิทธิภาพในบริหารความเสียง 3. การสร้างระบบนิเวศใหม่และการเข้าถึงบริการทีกว้างขึน
ในอดีต การประเมินความเสี่ยง (Underwriting) ของบริษัทประกันภัย การวางโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี (Data Infrastructure)
อาศัยข้อมูลที่ลูกค้ากรอกในแบบฟอร์ม ซ้ึ่งเป็น ข้อมูลคงที่ (Static ผ่านโครงการ Open Insurance ไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพและ
Data) และมีข้อจ�ากัดมาก ท�าให้การวิเคราะห์ความเสี่ยงไม่ครอบคลุมและ นวัตกรรมภายในอุตสาหกรรมประกันภัยเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าที่ส�าคัญ
ตรวจสอบได้ยาก Open Insurance เข้ามาเปลี่ยนวิธีการนี้อย่างสิ้นเชิง อย่างยิ่งในการท�าหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมโยงภาคประกันภัยเข้ากับ
โดยท�าให้การประเมินความเสี่ยงเป็นแบบ ไดนามิก (Dynamic) ใช้ข้อมูล ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจอื่น ๆ มาตรฐานการเชื่อมต่อ (Standard APIs)
จริงที่เชื่อมโยงกันทั้งอุตสาหกรรม ซ้ึ่งมีประโยชน์ส�าคัญ ดังนี้ ที่ถูกสร้างขึ้น จะช่วยลดอุปสรรคทางเทคนิคในการเชื่อมต่อระหว่างบริษัท
ป้องกันการฉ้อฉลเชิงรุก (Proactive Fraud Detection) เมื่อ ประกันภัยกับพันธมิตรภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
ข้อมูลถูกแชร์และตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ จะช่วยลดโอกาสการทุจริต บริษัท InsurTech หรือภาคธุรกิจอื่น ๆ ซ้ึ่งจะน�าไปสู่การเติบโตของโมเดล
เช่น การยื่นเคลมซ้�าซ้้อนหรือให้ข้อมูลเท็จ ธุรกิจใหม่ ซ้ึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทประกันภัยก้าวออกจากการเป็นเพียง
ตรวจสอบภาวะก่อนเอาประกัน (Pre-existing Condition) “ผู้รับประกัน” ไปสู่การเป็น “พันธมิตร” ในระบบนิเวศอื่น เช่น การจับมือกับ
ได้รวดเร็วและแม่นย�า การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ และประวัติการเอาประกัน แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ (Health Apps) หรือ ผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อสร้าง
ท�าให้บริษัทสามารถตรวจสอบได้ทันที ลดปัญหาการปกปิดข้อมูล บริการที่ดูแลลูกค้าแบบองค์รวม
แก้ปัญหาเรื้อรังในอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะข้อมูล
ที่เปิดเผยและเชื่อมโยงกัน จะช่วยให้ทุกฝ่ายท�างานบนฐานข้อมูลเดียวกัน จากประโยชน์ที่ได้กล่าวมานั้น จะเห็นได้ว่าโครงการ Open Insurance
โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระบบอย่างแท้จริง โดยเป็น
การปลดล็อกศักยภาพตั้งแต่กระบวนการบริหารความเสี่ยงภายใน
การสร้างสรรค์นวัตกรรมบริการ ไปจนถึงการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ
2. สนับสนุนสร้างนวัตกรรมบริการและโมเดลธุรกิจใหม่ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
การเปิดข้อมูลผ่าน Open Insurance ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
แต่ยังเป็นแรงผลักดันส�าคัญในการสร้าง นวัตกรรมบริการและโมเดล
ธุรกิจใหม่ โดยมีจุดเด่นดังนี้ : การขับเคลือนสู่การปฏิบัติจริง : แนวทางความร่วมมือ
่
ข้อมูลคุณภาพสูงและมีมาตรฐาน ข้อมูลจาก Open Insurance (Implementation : A Collaborative Approach)
เป็นวัตถุดิบส�าคัญส�าหรับเทคโนโลยี AI และ Big Data ในการวิเคราะห์
และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละรายอย่างแม่นย�า จากประโยชน์ของการด�าเนินโครงการ Open Insurance และ
พัฒนากระบวนการเคลมให้รวดเร็วและอัตโนมัติ เมื่อข้อมูลจาก ระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องที่ได้กล่าวมา จะไม่สามารถเกิดขึ้นและประสบความ
หลายแหล่งถูกส่งตรง ผ่าน API ระบบ AI สามารถตรวจสอบ อนุมัติ และ ส�าเร็จได้เลย หากปราศจาก Framework หรือ กรอบการท�างานของ
จ่ายสินไหมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากมนุษย์ ผลลัพธ์ลดเวลาจาก การแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่ได้รับความไว้วางใจจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
“หลายวัน” เหลือเพียง “ไม่กี่นาที” ความไว้วางใจในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่ความปลอดภัยทางเทคนิค แต่หมายถึง
สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ข้อมูลที่เปิดเผย การสร้าง “ระบบที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์” ความส�าเร็จของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับ
จะช่วยให้บริษัทประกัน เพื่อสร้างออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ เฉพาะ การออกแบบสถาปัตยกรรมและกฎเกณฑ์ ที่สามารถสร้างสมดุลและ
รายบุคคล เช่น ประกันสุขภาพที่ปรับตามพฤติกรรมจริง หรือ แพ็กเกจ ตอบสนองความต้องการของ 3 กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักไปพร้อมกัน
ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ได้แก่ เจ้าของข้อมูล (Data Owner) ผู้ถือข้อมูล (Data Holder) และ
ผู้ใช้ข้อมูล (Data Consumer)
ครบรอบ 18 ปี
สำ�นักง�นคณะกรรมก�รกำ�กับและส่งเสริม ก�รประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

