Page 176 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 176
174
่
่ ่
2) การผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยทียังยืน 3) การด�าเนินกิจกรรมบูรณาการทีสอดคล้องกับ SDGs และ ESG
ตลาดไม่เคยหยุดนิ่ง และอุตสาหกรรมประกันภัยก็เช่นกัน ความผันผวน ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ค�าสวยหรู แต่เป็นค�ามั่นสัญญาที่องค์การ
ทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความท้าทายใหม่ ๆ สหประชาชาติและนานาประเทศ รวมถึงไทย ร่วมกันให้ไว้ว่า เราจะส่งต่อโลก
ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นตัวเร่งให้บริษัทประกันภัยต้องปรับตัวเร็ว ที่พอเพียงให้คนรุ่นถัดไปได้ใช้ประโยชน์เหมือนที่เราท�าอยู่วันนี้ เป้าหมาย
กว่าที่เคย ไม่ใช่แค่เพื่ออยู่รอด แต่เพื่อน�าทาง กุญแจส�าคัญของการปรับตัว การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 ข้อ ภายใต้วาระการพัฒนา 2030 และกรอบ
คือการเข้าใจว่า “ผู้เอาประกันภัยวันนี้ไม่เหมือนเมื่อวาน” โดยเฉพาะกลุ่ม ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)จึงไม่ใช่กฎหมายที่บังคับ
Gen Z และ Millennials ที่มีความคาดหวังและวิถีชีวิตแตกต่างจากรุ่นก่อน แต่เป็นเข็มทิศที่องค์กรทั่วโลกใช้น�าทางธุรกิจสู่การเติบโตอย่างรับผิดชอบ
อย่างสิ้นเชิง พวกเขาต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ความต้องการ
เฉพาะตัว และปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ของชีวิตที่เปลี่ยนไปในแต่ละ ส�าหรับธุรกิจประกันภัย ความยั่งยืนไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นหัวใจของ
ช่วงเวลา การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยจึงไม่ใช่แค่การคิดสูตรค�านวณ การด�ารงอยู่ เพราะประกันภัยคือแหล่งเงินออมระยะยาวที่สร้างหลักประกัน
ความเสี่ยง แต่เป็นการสร้างโซลูชันที่เข้าใจจังหวะชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็น ความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชาชนทุกระดับ และเป็นเครื่องมือ
วัยเริ่มต้นท�างาน วัยสร้างครอบครัว หรือวัยเกษียณที่ต้องการความมั่นคง บริหารความเสี่ยงที่ปกป้องทั้งคนและภาคอุตสาหกรรม เมื่อธุรกิจประกัน
ทางสุขภาพและการเงิน ภัยมีความยั่งยืน ผู้เอาประกันภัยก็มั่นใจได้ว่า เมื่อวันที่ต้องการความ
คุ้มครองมาถึง สัญญาในกรมธรรม์ประกันภัยจะยังคงมีคุณค่าและพร้อม
ในขณะที่เราตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เราก็ต้องเผชิญความจริงอีก ปกป้องพวกเขานี่คือเหตุผลที่ภาคประกันภัยไทยจึงน�าหลักการ ESG
ด้านหนึ่ง นั่นคือ ประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการ มาบูรณาการในทุกมิติของการด�าเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโต
ด้านการดูแลสุขภาพ ความมั่นคงในวัยเกษียณ และการบริหารจัดการ ที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่ได้มาแลกกับอนาคตของคนรุ่นหลัง
ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ระยะยาว ก�าลังกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ไม่อาจ
มองข้าม ดังนั้น การผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยในยุคนี้ การน�า ESG มาใช้ในธุรกิจประกันภัยไม่ใช่แค่การท�าดีต่อสิ่งแวดล้อม
จึงต้องครอบคลุมทั้งสองด้าน ทั้งการตอบสนองพฤติกรรมใหม่ของ และสังคม แต่ยังเป็นการยกระดับ ธรรมาภิบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้
คนรุ่นใหม่และการรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ เมื่อ ทุกฝ่าย ทั้งผู้เอาประกันภัย นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส�านักงาน
ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่น อ่านง่าย ซื้อง่าย ไม่ยุ่งยาก และ คปภ. เห็นภาพชัดว่าอุตสาหกรรมประกันภัยไทยก�าลังเผชิญความท้าทาย
ตอบโจทย์ได้จริงในทุกช่วงวัย นั่นคือรากฐานของความยั่งยืนที่แท้จริง ที่ซ้อนทับกัน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของ
ของอุตสาหกรรมนี้ ตลาดการเงิน และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ต้องการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส การส่งเสริมความรู้ด้าน
การประกันภัยนับเป็นภารกิจที่ส�าคัญยิ่ง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจาก
ทุกภาคส่วนในการผลักดัน สนับสนุน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยมีความเข้มแข็งและสร้างประโยชน์แก่ประชาชน
อย่างแท้จริง
การส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัย ที่สอดคล้องด้าน ESG
่
่
ด้านสิงแวดล้อม (Environment) : ประกันภัยกับการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
้
่
การจัดตังศูนย์ปฏิบัติการด้านการประกันภัยเพือบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ
(Insurance Center for Disaster Management and Co-operation : ICD)
ศูนย์ ICD จัดตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการการท�างานของส�านักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการบริหาร
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งขับเคลื่อนแนวทางการจัดการความเสี่ยงที่ยั่งยืน ทั้งการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย มาตรการ
เชิงสังคม และการเตรียมรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นคือ การรณรงค์ความปลอดภัยในการเดินทางช่วงวันหยุดยาว ควบคู่ไปกับโครงการปลูกป่าฟื ้ นฟูต้นน�าน่านประจ�าปี 2568
ซึ่งส�านักงาน คปภ. ได้ผนึกก�าลังกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยลงพื้นที่น�าร่อง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและฟื ้ นฟูสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดผลกระทบ
จากภัยธรรมชาติโครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการด�าเนินงาน ESG และมาตรการป้องกันความเสียหาย (Loss
Prevention) ของอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาคี ได้สนับสนุนการปลูกและอุปถัมภ์ต้นไม้
กว่า 20,000 ต้น มูลค่ารวม 2.6 ล้านบาท ผ่านโครงการ “Trees4ALL” ภายใต้การด�าเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ทั้งในด้านการฟื ้ นฟูคุณภาพดิน การป้องกันภัยพิบัติ การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และที่ส�าคัญคือ การสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เมื่ออุตสาหกรรมประกันภัยก้าวข้ามบทบาทการชดเชยความเสียหาย และเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและฟื ้ นฟูอย่าง
จริงจัง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเองในระยะยาว
ครบรอบ 18 ปี
สำ�นักง�นคณะกรรมก�รกำ�กับและส่งเสริม ก�รประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

