Page 117 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 117
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
ในบทความนี้ ผู้เขียนกล่าวถึงการศึกษาโบราณคดีสมัยเหล็ก โดยเน้นความก้าวหน้าจากผลการวิจัยของผู้เขียนและเพื่อนร่วมวิชาชีพโบราณคดีในบริเวณภาคกลางทาง
ตะวันออกในเขตจังหวัดลพบุรีหรือพื้นที่ใกล้กับที่ราบสูงโคราช โดยใช้เทคนิคและวิธีการศึกษาในลักษณะสหวิทยาการต่าง ๆ (เช่น Laser Ablation-Inductively Coupled
Plasma-Mass Spectrometry (LA-ICP-MS), isotope analysis, archaeobotanical analysis, bioarchaeology, zooarchaeology, AMS dating) ทั้งนี้ผู้เขียนแยกประเด็น
การศึกษาออกเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
การปรับตัวและแบบแผนการยังชีพ
ช่วงสมัยเหล็กในประเทศไทยและเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ภาคพื้นแผ่นดินใหญ่เป็นช่วงเวลาที่สภาพภูมิ
อากาศโดยรวมค่อนข้างแล้งและร้อนกว่าสมัยก่อน
หน้านั้น (สมัยส�าริด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตอน
ปลายของสมัยเหล็ก (Wohlfarth et al., 2016) ดัง
นั้น ผู้คนจึงมีการปรับตัวให้อยู่รอดด้วยการเลือกวิถี
การด�ารงชีพค่อนข้างหลากหลายท่ามกลางความแตก
ต่างด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละ
ภูมิภาค เช่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้คนสมัย
เหล็กมีการเพาะปลูกข้าวโดยเฉพาะข้าวนาปี หรือ
ข้าวนาด�า มีการผลิตเกลือ รวมทั้งการถลุงและผลิต
เครื่องมือเหล็กส�าหรับใช้ในการเกษตร (เช่น จอบ
เสียม มีด ไถ) เลี้ยงสัตว์บก (เช่น วัว ควาย หมู ไก่)
และจับสัตว์น�้าตามแหล่งน�้าธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ภาพที่ ๑
นักวิชาการเชื่อกันว่าการปลูกข้าว (rice domestica- เมล็ดข้าวที่แหล่ง
tion) เป็นแบบแผนการยังชีพที่ส�าคัญที่สุดหรือเป็น โบราณคดีโนนบ้านจาก
แหล่งอาหารหลัก ดังจะพบว่ามีชุมชนจ�านวนนับร้อย จังหวัดนครราชสีมา
ชุมชนที่มีการขุดคูน�้า-คันดินส�าหรับกักเก็บน�้าเพื่อ (ภาพโดย ดร.รัชนี ทศรัตน์)
การเกษตร (O’Reilly and Scott, 2015) และจาก
การขุดค้นแหล่งโบราณคดีบางแหล่งก็พบเมล็ดข้าว (terrestrial animals) เช่น หมู วัว-ควาย เก้ง กวาง
จ�านวนมาก (ภาพที่ ๑) ละอง ละมั่ง เนื้อทราย และเลียงผา มีเพียงส่วนน้อย
ที่เป็นสัตว์น�้า เช่น เต่าและปลา นอกจากนี้ยังมีหอย
ซึ่งส่วนมากเป็นหอยบก (สว่าง เลิศฤทธิ์, ปรียานุช จุม
พรม และอนันต์ กลิ่นโพธิ์กลับ, ๒๕๔๔) ส่วนผู้คนที่
อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน�้าธรรมชาติ เช่น ห้วยหนอง บึง
ก็ด�ารงชีพด้วยการจับสัตว์น�้าจืดมาบริโภค ดังเช่นที่
แหล่งโบราณคดีพรหมทินใต้ อ�าเภอโคกส�าโรง จังหวัด
ลพบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจาก
ซับจ�าปาผลการขุดค้นพบกระดูกสัตว์น�้า (เช่น หอย
ภาพที่ ๒ ปลา จระเข้ เต่า) โดยเฉพาะปลาและหอยซึ่งพบซาก
เมล็ดข้าวจาก กระดูกปลาและเปลือกหอยจ�านวนมาก ปลาที่พบ
แหล่งโบราณคดี ส่วนมากเป็น ปลาช่อนและปลาดุก ส่วนหอยที่พบ
พรหมทินใต้
จังหวัดลพบุรี ส่วนมากเป็นหอยน�้าจืด ประเภทหอยขม หอยกาบ
(ภาพโดย Sydney Hanson) และหอยโข่งนา เป็นต้น แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายสมัย
เหล็ก หรือเมื่อประมาณ ๑,๕๐๐ -๑,๖๐๐ ปีมาแล้ว
ในขณะเดียวกันในภาคกลางทางตะวันออก ผู้เขียน จากการก�าหนดอายุด้วยวิธี AMS dating ที่ Research
พบหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าผู้คนสมัยเหล็กใน Laboratory for Archaeology and The History of Art,
พื้นที่แถบนี้มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากผู้คนในภาคตะวัน University of Oxford, United Kingdom, January
ออกเฉียงเหนือ กล่าวคือผู้คนในพื้นที่ภาคกลางทาง 2017 (ตารางที่ ๑) จึงพบว่ามีการปลูกข้าวอย่างเข้ม
ตะวันออกมีความหลากหลายในการด�ารงชีพ ทั้งนี้ ข้นมากขึ้น จากการวิเคราะห์ตัวอย่างพฤกษศาสตร์
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิประเทศเฉพาะ โบราณจากแหล่งโบราณคดีพรหมทินใต้ ซึ่งด�าเนิน
ถิ่น ตัวอย่างเช่นผู้คนในเขตที่สูงบริเวณชายขอบใกล้ การวิเคราะห์ที่ Paleoethnobotany Laboratory,
กับเทือกเขาด�ารงชีพด้วยการล่าสัตว์บก ดังผลการ Washington State University, Pullman, USA ได้
วิเคราะห์กระดูกสัตว์จากแหล่งโบราณคดี ซับจ�าปา พบทั้งเมล็ดข้าว (ภาพที่ ๒) เปลือกข้าว และวัชพืชที่
อ�าเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี พบว่าอาหารหลัก ขึ้นในนาข้าวจ�านวนมาก (Sydney Hanson, personal
ของผู้คนเป็นสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์บก communication 2017)
117 ๑๑๗

