Page 122 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 122

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙


                                     การจัดระเบียบทางสังคม

                                       หลักฐานทางโบราณคดีจากแหล่งโบราณคดีสมัยเหล็กในภาคกลางทางตะวันออกแสดงให้เห็นว่าสังคมในสมัยนี้ยังคง
                                     มีความเท่าเทียม ปราศจากการจัดระเบียบที่มีศูนย์กลางการบริหารปกครอง แม้ว่าหลักฐานจากหลุมฝังศพจะบ่งชี้ว่ามี
                                     ความแตกต่างในสถานภาพระหว่างสมาชิกในชุมชน แต่เป็นความแตกต่างในเรื่องความมั่งคั่งเชิงเศรษฐกิจ เพศ และอาชีพ

                                     มากกว่าจะแสดงถึงความแตกต่างในเรื่องบทบาทอ�านาจหน้าที่ทางการเมืองหรือชนชั้น เช่น จากการขุดค้นที่ซับจ�าปา ผู้เขียน
                                     พบโครงกระดูกมนุษย์ ๒ โครง ฝังอยู่ในที่เดียวกัน (อาจจะเป็นญาติ หรือเพื่อนบ้าน?) โครงหนึ่งมีวัตถุอุทิศ (grave goods)
                                     ประกอบด้วยภาชนะดินเผาขนาดเล็กแบบเดียวกัน ๓ ใบ ขวานส�าริด ๑ ชิ้น และเศษภาชนะดินเผาอีกจ�านวนน้อยเท่านั้น
                                     ในขณะที่โครงกระดูกอีกโครงหนึ่งมีเครื่องวัตถุอุทิศประกอบด้วยภาชนะดินเผาที่เป็นภาชนะสมบูรณ์ที่มีขนาดและรูปทรง
                                     แตกต่างกัน รวมแล้วจ�านวน ๑๐ ใบ เป็นภาชนะดินเผาที่มีขนาดใหญ่กว่า ตกแต่งด้วยลวดลายประณีตกว่า และยังมี

                                     ขวานส�าริด และกระดูกสัตว์ร่วมอยู่ด้วยที่แหล่งโบราณคดีพรหมทินใต้ก็มีลักษณะคล้ายกัน กล่าวคือ ผู้เขียนขุดค้นพบว่า
                                     วัตถุอุทิศที่พบร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์มีความหลากหลายแตกต่างกัน บางคนมีวัตถุอุทิศเพียงลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว
                                     แต่มีจ�านวนมากและเป็นวัตถุหายากและน�าเข้ามาจากต่างถิ่น บางคนมีวัตถุอุทิศจ�าพวกภาชนะดินเผาและเครื่องประดับ

                                     ประเภทก�าไลเปลือกหอย บางคนมีวัตถุอุทิศเป็นแม่พิมพ์ดินเผาชนิดสองชิ้นประกบกัน (bivalve mold) ที่ใช้ส�าหรับหล่อ
                                     ก้อนทองแดงบางคนมีวัตถุอุทิศเป็นแหวนนิ้วมือ แหวนนิ้วเท้า แวดินเผา ภาชนะส�าริด สร้อยลูกปัดแก้ว บางคนมีวัตถุอุทิศ
                                     เป็นต่างหูท�าจากเปลือกหอยทะเล ลูกปัดหินสีเขียว และเปลือกหอยกาบ นอกจากนี้ยังพบหลุมฝังศพเด็กที่มีวัตถุอุทิศเป็น
                                     สร้อยลูกปัดแบบ แผ่นแบนขนาดเล็กที่ท�าจากเปลือกหอยทะเล และลูกกระพรวนส�าริด แหล่งโบราณคดีสมัยเหล็กที่มีหลัก
                                     ฐานสะท้อนถึงความแตกต่างทางสถานภาพหรือชนชั้นนั้นพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ดูตัวอย่างใน Higham, 2016)

                                       ชุมชนสมัยเหล็กในภาคกลางทางตะวันออกส่วนมากมีขนาดเล็กและกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ขนาดของชุมชนสะท้อน
                                     ว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานระดับหมู่บ้าน (village settlement) ไม่ใช่การตั้งถิ่นฐานแบบล�าดับชั้นที่มีการบริหารแบบมีศูนย์กลาง
                                     ใหญ่ (centralization) เรายังไม่พบว่ามีชุมชนใดชุมชนหนึ่งหรือกลุ่มชุมชนใดที่มีขนาดใหญ่กว่าชุมชนอื่นอย่างเด่นชัดซึ่ง

                                     อาจแสดงว่าเป็นชุมชนศูนย์กลาง
                                       อย่างไรก็ตาม ในสมัยเหล็กมีหลักฐานเป็นสัญญาณว่าสังคมอาจจะมีความซับซ้อนมากขึ้น หลักฐานที่เด่นชัดก็คือ
                                     ขนาดและจ�านวนของแหล่งโบราณคดีเพิ่มจ�านวนมากขึ้น และแต่ละแห่งมีการอยู่อาศัยอย่างถาวรต่อเนื่องมานาน ที่
                                     แหล่งโบราณคดีซับจ�าปาก็มีหลักฐานว่าผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยเหล็ก และอยู่ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยแรกเริ่ม
                                     ประวัติศาสตร์ (สมัยทวารวดี) บางแห่งมีขนาดใหญ่และมีชุมชนขนาดเล็กอยู่ใกล้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจัดระเบียบสังคมโดย

                                     มีล�าดับชั้น หลักฐานจากหลุมฝังศพที่แหล่งโบราณคดีโป่งมะนาว  (สุรพล นาถะพินธุ,  ๒๕๔๖) ก็บ่งชี้ว่าอาจจะมีการแบ่ง
                                     อาชีพและกลุ่มวัฒนธรรม ยุคนี้มีประชากรเพิ่มขึ้น และมีการเคลื่อนย้ายประชากรจากที่อื่นเข้ามาอยู่อาศัยในชุมชนด้วย





















































                                                            ภาพที่ ๗ ใบหอกจากแหล่งโบาณคดีบ้านโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
                                                                              (ภาพโดย สุรพล นาถะพินธุ)



                                                                                      122 ๑๒๒
   117   118   119   120   121   122   123   124   125   126   127