Page 263 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 263

โบราณคดีอินเดีย | 255








                                    ัยราชวง  ค  ตะ (คริสต์ศตวรรษที่ 4-7/  พุทธศตวรรษที่ 9-12)  ศาสนาเชนเป็นที่
                       นิยมมากทั้งในภาคกลางและภาคตะวันตก นิกายเศวตัมพรได้รับความนิยมมากในแคว้นคุชราตและ

                       ราชัสถาน  จากหลักฐานทางโบราณคดี (คัมภีร์ จารึก ประติมากรรม และศาสนสถาน) แสดงให้เห็น
                                                                                     30
                       ว่า ศูนย์กลางศาสนาเชนที่สําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลัทธิเศวตัมพรอยู่ที่มถุรา
                                  ในราว ค.ศ. 600-1200  (พ.ศ.  1143-1743)  ศาสนาเชนเป็นที่แพร่หลายอยู่แถบราช

                       สถาน คุชราต เบงกอล โอริสสา มัธยประเทศ อุตตรประเทศ และกรรณา กะ บันทึกยวนฉ่างบอกให้
                       เราทราบว่านิกายทิ ัมพรเป็นที่แพร่หลายมากกว่าเศวตัมพร ศาสนาเชนได้รับการอุปถัมภ์จาก

                       กษัตริย์หลายราชวงศ์ เช่น ฉปะแห่งคุชราต ราชวงศ์คงคา ราษ ระกู ะ จาลุกยะตะวันตกและ
                       ตะวันออก ในอินเดียใต้ เป็นต้น

                                  ในยุคกลางตอนต้น ปราก ร่องรอยของศาสนสถานเชนอยู่หลายแห่งในอุตตรประเทศ

                       รวมทั้งที่เทวคฤหะและมถุรา สถานที่แสวงบุญของศาสนาเชนมีหลายแห่งในราชสถาน ศาสนสถานที่
                       สําคัญและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของศาสนาเชน คือวัดทิลวระ (Dilwara) ที่เขาอาบู (Mount Abu)

                                  นอกจากนี้ยังมีศาสนสถานเชนอีกหลายแห่งที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น ศาสนสถานเชนในถ้ํา

                       ที่เอลโลร่า ถ้ําอุทัยคีรีและขันธคีรีในแคว้นโอริสสา  ในภาคตะวันตกของอินเดีย มีศูนย์กลางที่นาสิก
                       และประติษฐาน ภาคกลางของอินเดียที่โสนคีรีและขชุราโห ทางภาคใต้แถบแคว้นกรรณา กะ พจารึ

                       กของพระเจ้าปุลเกษิณที่ไอโหเล กล่าวถึงการสร้างศาสนสถานเชนภายใต้การอุปถัมภ์ของพระองค์
                       ส่วนในอานธระประเทศ ได้พบจารึกในศาสนาเชนหลายแห่ง ในสมัยของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปัลลวะ

                                                                                           31
                       โจ ะ และปาณฑยะ รวมถึงจารึกที่กล่าวถึงการอุทิศในพื้นที่หลายแห่งของทมิ นาดู
                                  ตอนปลายของต้นยุคกลางศาสนาเชนยังคงมีความสําคัญอยู่แถบคุชราต ราชสถาน
                       และกรรณา กะ

                                  ในราชวง      วะ ศาสนาเชนมีความรุ่งเรืองสูงสุด โดยเฉพาะที่เมืองมาดุไร
                                  ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 ศาสนาเชนเริ่มเสื่อม (พุทธเป็นที่นิยม) แต่ก็ยังได้รับการ

                       อุปถัมภ์จากกษัตริย์ (ราชวงศ์มุสลิม)


                        า นาเชนใน  จจ บัน

                                  ประชากรที่นับถือศาสนาเชนปัจจุบันมีผู้นับถือไม่ถึง 2  ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง
                       ใหญ่ ๆ ในอินเดียใต้ และภาคกลาง ศาสนาเชนดําเนินชีวิตแบบสุดโต่งเกินไปทําให้ไม่เจริญกว้างขวาง

                       มีแต่คงที่และถดถอย จํานวนศาสนิกลดน้อยลง พระเชนที่ไม่นุ่งผ้าไม่สามารถออกนอกประเทศได้

                       ต้องเก็บตัวอยู่แต่ในวัด




                        30
                         Singh : pp.523-525.
                        31 Singh : pp.608-610.
   258   259   260   261   262   263   264   265   266   267   268