Page 265 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 265

โบราณคดีอินเดีย | 257








                                  ลัทธินี้มีความเชื่อในกฎแห่งจักรวาลที่เรียกว่า นิยติ (Niyati)  คือกฎเกณฑ์ (principle)
                       ซึ่งจะเป็นตัวกําหนดและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง การเพียรพยายามทําแต่สิ่งที่ดีของมนุษย์ในปัจจุบันก็

                       ไม่สามารถลบล้างกรรม (การกระทําในอดีต) ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล (หรือหนทางแห่ง
                                                 33
                       จิตวิญญาณ) ถูกกําหนดมาแล้ว
                                   า น  าน มีสถานที่สําหรับประกอบพิธีกรรมและการชุมนุมที่เรียกว่า สภา (Sabha)


                        า นาอิ  า

                                  อิสลาม ภาษาอาหรับแปลว่า สันติ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเรียกว่า มุสลิม แปลว่า ผู้รัก
                       สันติ

                                  กําเนิด ในดินแดนอาหรับที่เมืองเมกกะ ราว พ.ศ. 1113

                                   า ดา พระมหะหมัด (ผู้ควรสรรเสริญบูชา) (สาวกอิสลามถือว่า พระมหะหมัด เป็นนะ
                       บี หมายถึงศาสดาพยากรณ์)

                                  เ  อง ักดิ  ิท   เมืองเมกกะ (ตระกูลของพระมหะหมัด- เผ่าคูเรช มีหน้าที่รักษาหิน

                       สี่เหลี่ยมสีดําคือกาบาห์ (Ka-bah)  อันถือเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ใกล้เมืองเมกกะ สถานที่นี้ชาวทะเลทราย
                       ทั้งหลายแวะเวียนมาบูชาเป็นจํานวนมาก เพราะเป็นศูนย์กลางการนับถือลัทธิศาสนาของอาหรับมา

                       แต่โบราณ เป็นที่รวมคนบูชาและวัตถุเครื่องสักการะนานาชนิด)
                                  เดินทางจากเมืองเมกกะไปเมืองเมดินาในป  พ.ศ. 1165 อันถือเป็นป ต้นแห่งศักราช

                       อิสลาม หรือที่เรียกว่าศักราชเฮจิรา (Hegira ฮิจเลาะห์) แปลว่าหนี หรืออพยพ

                                  ห ัก า นา ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม คือนับถือพระเจ้าองค์
                       เดียวคือพระอัลเลาะห์ ป ิเสธการนับถือพระเจ้าหลายองค์ ป ิเสธรูปเคารพ ถือว่าการสวดมนต์เป็น

                       ทางไปสู่สวรรค์ กฎและบทบัญญัติที่ปรากฎในคัมภีร์เป็นข้อบัญญัติแห่งชีวิตและสังคม

                       นิกายใน า นา
                                  ความแตกแยกในศาสนาเกิดจากสาวกผู้มีความนับถือพระคัมภีร์มีความคิดเห็นไม่

                       ตรงกัน    ทําให้เกิดการแยกตัวออกเป็นนิกายต่าง ๆ ที่สําคัญได้แก่

                                  1.  นิกาย  นนี (Sunni)  (สุนนี- มรรคหรือจารีต  มาจากชื่อคัมภีร์สุนนา ซึ่งเป็นอรรถ
                       กถาของคัมภีร์โกหร่าน) มีความเคร่งครัดในคัมภีร์เดิม นิกายนี้ถือว่าผู้สืบต่อพระมหะหมัดที่เรียกว่า

                       กาหลิป (Khalifa) มีเพียง 4 องค์เท่านั้น เป็นที่นับถือในตุรกี อาฟริกา อาราเบีย









                        33 Basham : pp.297-298.
   260   261   262   263   264   265   266   267   268   269   270