Page 352 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 352
โบราณคดีอินเดีย | 344
ประติมากรรมในถ้ําสลักภาพอวตารต่าง ๆ ของพระวิษณุ เช่น วราหาวตาร นร-
สิงหาวตาร และวามนาวตาร เป็นต้น แม้จะเป็นถ้ําขนาดเล็ก แต่ก็มีความน่าสนใจด้วยประติมากรรม-
36
ภาพสลักจํานวนมากที่ตกแต่งภายในถ้ํา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพสลักบนเพดาน (ภาพที่ 8.68-8.69)
า ที 8.68 ้ํา าทา ิ ห ายเ ข1 า ที 8.69 า ักหริ-หระ(Hari- Hara)
ที า: (Brown, 1976, pl.xlviii) ้ํา าทา ิ คริ ต ตวรร ที 6 – ท ตวรร ที 11)
ที า: (Singh, 2008, 510)
11. เอเ นตะ (Elephanta) ศาสนสถานประเภทถ้ําที่สําคัญที่มีอายุหลังสุด (สมัย
หลังคุปตะ) คือศาสนสถานที่เอเลฟันตะ บนเกาะเล็ก ๆ นอกอ่าวบอมเบย์ (ภาพที่ 8.70) มีลักษณะคล้ายที่
เอลโลร่าคือให้ความสําคัญกับประติมากรรม
ถ้ําเอเลฟันตะ มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ภาพที่ 8.71) มี
ทวารบาล และบริวารเ าอยู่ที่ทางเข้าทั้งสี่ ด้านข้างเป็นแถวของเสาที่เป ดออกสู่ทางเดินแทนที่จะเป็นผนัง เสา
มีลักษณะเรียบเช่นเดียวกับทางเข้าที่ไม่มีการตกแต่ง (ภาพที่ 8.72) แต่เน้นความสําคัญของภาพสลักปาง
ต่างๆ ของพระศิวะ เช่น นา ราช อรรถนารีศวร กัลยาณสุนทร (การแต่งงานของพระศิวะกับปารวตี) (ภาพที่
37
8.74) และลากุลิศประทับนั่ง ประติมากรรมที่น่าสนใจที่สุดคือ “มหาเทวะ” (มเหศมูรติ -อิศวร 3 พักตร์) มี
ความสูง 5.45 เมตร พระพักตร์กลางสงบนิ่ง สวมสร้อยคอหลายเส้น พระหัตถ์ขวาหักหายไป พระหัตถ์ซ้ายถือ
ผลมาตุลิงคะ (matulinga) พระพักตร์ด้านขวาประดับด้วยงูแสดงถึง “อโ ระ-ไภรวะ” ที่แสดงถึงความดุร้าย
หรือความโกรธ (สะท้อนบทบาท”ผู้ทําลาย”) พระพักตร์ด้านซ้าย คือ “วามะ-เทวะ” เทพผู้งดงาม ในรูปของ
สตรี (สะท้อนบทบาท “ผู้สร้าง”) พระหัตถ์ ถือดอกบัว (ภาพที่ 8.73)
36
Harle : p.127.
37 Harle : p.124.

