Page 9 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 9

1







                                                            บทที่ 1

                                                             บทนำ


                     ที่มาและความสำคัญของป7ญหา

                            เป%นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล6วว7า โรคภัยไข6เจ็บเป%นสิ่งที่อยู7คู7กับมนุษยEมาตั้งแต7เกิด และเป%น
                     ปIจจัยหนึ่งหรือสาเหตุหนึ่งของการเกิดทุกขE หรือ ความไม7สบายกายไม7สบายใจ โรคภัยไข6เจ็บเป%น

                     อุปสรรคต7อการดำรงชีวิตรวมถึงการประกอบกิจกรรมต7างๆในชีวิตประจำวันของมนุษยE ดังนั้นมนุษยE
                     จึงต6องดูแลรักษาสุขภาพให6ปราศจากโรคภัยไข6เจ็บเพื่อมิให6เกิดทุกขE อันนำมาสู7การค6นคว6าหาความรู6

                     “ทางการแพทยE” เพื่อปVองกันและรักษาโรคภัยไข6เจ็บต7าง ๆ เหล7านั้น ดังคำกล7าวที่ว7า “ความไม7มีโรค

                     เป%นลาภอันประเสริฐ”
                            ในอินเดียโบราณ ความรู6ทางการแพทยE ที่เกี่ยวกับการรักษาโรคปรากฎอย7างชัดเจนมาตั้งแต7

                     สมัยพระเวท ดังที่ปรากฏใน ตำราอายุรเวท (อายุรเวท = ศาสตรEหรือองคEความรู6ที่ทำให6ชีวิตยืนยาว)

                     ซึ่งกล7าวถึงการเยียวยาและการใช6ยาในการรักษาโรค (โดยอายุรเวทมีพื้นฐานมาจากอภิปรัชญาของ
                     “ปIญจมหาภูตะ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ ซึ่งประกอบเป%นจักรวาล รวมถึงร7างกายมนุษยE)


                            พุทธศาสนากับการแพทย@โบราณ

                            การแพทยEและการเยียวยารักษาปรากฏอย7างชัดเจนตั้งแต7สมัยพุทธกาล โดยเริ่มในหมู7คณะสงฆE

                     ก7อนเนื่องจากสังคมอินเดียเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพและการเยียวยารักษา จึงปรากฎทั้งใน
                     ส7วนที่เกี่ยวข6องกับพุทธศาสนา (แพทยEรักษาภิกษุสงฆE) และแพทยEของรัฐ เกิดสถาบันที่ทำการสอน

                     เกี่ยวกับการแพทยEขึ้น คือ ตักศิลา และ มหาวิทยาลัยสงฆE (นาลันทา)
                            ชื่อ “ชีวกะโกมารภัจจE” เป%นชื่อที่รู6จักกันดีว7า เป%น “แพทยE” ผู6ทำการรักษาพระพุทธองคE

                     หมอชีวกะผู6นี้ได6ร่ำเรียนวิชาแพทยEมาจาก “ตักศิลา” เป%นเวลา 7 ปe มีชื่อเสียงโด7งดังในการรักษาโรค อีก

                     ทั้งยังบริจาคที่ดิน (สวนมะม7วง) ที่เมืองราชคฤหEเพื่อใช6เป%นสังฆาราม ได6ชื่อว7า “ชีวการาม”
                     (Jivakarama) ซึ่งนอกจากพระพุทธองคEแล6ว ชีวกโกมารภัจจEยังทำการดูแลรักษาสุขภาพให6กับบรรดา

                     ภิกษุสงฆEในสังฆารามด6วย

                            จากการที่พระพุทธองคEทรงเล็งเห็นความสำคัญของการแพทยEโดยเฉพาะอย7างยิ่งในหมู7คณะสงฆE
                     จำนวนมากที่ต6องอยู7ร7วมกันอย7างใกล6ชิดและอยู7ภายใต6กฎระเบียบ ซึ่งอาจเป%นปIจจัยที่ทำให6เกิด

                     การติดต7อหรือแพร7กระจายของโรคได6ง7ายจึงทำให6ต6องมีแพทยEดูแลประจำอยู7ในสังฆาราม จนทำให6

                     “สังฆาราม” เปรียบเสมือนเป%น “โรงพยาบาล” หลังจากนั้นการแพทยEจึงขยายขอบเขตออกมาสู7
                     สาธารณชน แต7ก็ยังสัมพันธEกับพุทธศาสนา โดยมี “พ7อค6า” เป%นตัวกลางสำคัญ เริ่มจากการที่พ7อค6า
   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14