Page 11 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 11
3
สำหรับชื่อ “ไภษัชยคุรุ” - ครูผู6มีความรู6ทางการรักษา (ไภษัชย = ยา,การรักษา , คุรุ = ครู)
หรือ “ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” ซึ่งปรากฏขึ้นอย7างแพร7หลายในภายหลังนั้น เป%นอีกนามหนึ่งที่แสดงให6
เห็นถึงความสัมพันธEระหว7างพุทธศาสนาและการแพทยEหรือการรักษาโรค พระองคEเป%นที่รู6จักกัน
โดยทั่วไปในฐานะพระโพธิสัตวEและพระพุทธเจ6าแพทยEในพุทธศาสนานิกายมหายาน ดังที่ชื่อของพระองคE
ปรากฏอยู7ในคัมภีรEสำคัญๆของนิกายมหายานหลายเล7ม เช7น “สัทธรรมปุณฑริสูตร” ซึ่ง 20 บทแรก
น7าจะเขียนขึ้นก7อน พ.ศ. 643 ในคัมภีรEดังกล7าวได6ให6ภาพของ “ไภษัชยราชัน” พระโพธิสัตวEผู6ทำการ
รักษา และ “ไภสัชยสมุทคตะ” (Supreme Healer) ซึ่งต7อมาเป%นที่นิยมในจีน การท7องนามของ
พระองคEหรือท7องธารณีมนตรE จะทำให6ผู6นั้น (ผู6ภักดี) มีสุขภาพดี มีชีวิตยืนยาว และได6รับโชคลาภ
คัมภีรEอีกเล7มหนึ่งที่มีการกล7าวถึงพระพุทธเจ6าแพทยE คือ “วิมลเกียรตินิทเทสสูตร” คัมภีรEต7าง ๆ
เหล7านั้นรวมถึงรูปเคารพของพระองคEเป%นที่แพร7หลายในชียกลางและในประเทศแถบเอเชียตะวันออก
(เช7น จีน ญี่ปุçน), ประเทศเนปาล ธิเบต ซึ่งต7อมาในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต6ก็ปรากฏแนวคิดหรือ
การบูชาพระพุทธเจ6าแพทยEพระองคEนี้ด6วย แต7ที่น7าสนใจก็คือ เราพบแนวคิดดังกล7าวเฉพาะในประเทศ
กัมพูชา โดยเฉพาะอย7างยิ่งในรัชสมัยของพระเจ6าชัยวรมันที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 18) ที่ทรงนับถือพุทธ
ศาสนานิกายมหายานตันตระ ซึ่งในสมัยของพระองคEได6ปรากฏความนิยมในการสร6าง “อาโรคยศาลา”
ด6วย
อย7างไรก็ตาม แม6พระพุทธเจ6าแพทยE “ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” จะเป%นที่รู6จักกันโดยทั่วไปและ
ได6รับการเคารพบูชามาแต7อดีต แต7ความรู6 ความเข6าใจ รวมถึงที่มาของแนวคิดดังกล7าวก็ค7อนข6าง
คลุมเครือ โดยเฉพาะอย7างยิ่งจุดกำเนิดที่แท6จริงของแนวคิดหรือคติความเชื่อใน “ไภษัชยคุรุ -
พระพุทธเจ6าแพทยE” นั้นน7าจะเริ่มขึ้นที่ใด เนื่องจากในประเทศอินเดียช7วงก7อนที่แนวคิดหรือความเชื่อนี้
จะเข6าสู7ประเทศจีน เราแทบไม7พบหลักฐานโบราณคดีที่เกี่ยวข6องกับพระองคEเลย ในขณะที่คัมภีรEสำคัญ
ที่ได6รับการแปลเป%นภาษาจีน เช7น สัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งกล7าวว7านำไปจากอินเดียมีการกล7าวถึง
พระองคEแล6ว จึงทำให6ผู6วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาหาที่มาของจุดกำเนิดและพัฒนาการของแนวคิด
ดังกล7าวว7าเริ่มขึ้นที่ส7วนใดของประเทศอินเดีย และเหตุใดจึงไม7ปรากฏร7องรอยที่เป%นหลักฐานโบราณคดี
(หรือปรากฏน6อยมาก) ในประเทศอินเดียก7อนเข6าไปสู7ประเทศจีน
โดยจะทำการศึกษาจากหลักฐานทางโบราณคดีทั้งที่เป%นหลักฐานประเภทเอกสาร เช7น คัมภีรE
ต7าง ๆในพุทธศาสนาที่มีการกล7าวถึงหรือที่เกี่ยวข6องกับ “ไภษัชยคุรุ” รวมถึงคัมภีรEอื่นที่อาจมีความ
เกี่ยวข6องอยู7บ6างไม7มากก็น6อย (เช7น สัทธรรมปุณฑริกสูตร, วิมลเกียรตินิรเทสสูตร
(vimalakirtinirdesasutra), ไภษัชยวัสดุ, ไภสัชยคุรุไวฑูรยประภา เป%นต6น) นอกจากนี้ยังมุ7งศึกษาจาก
หลักฐานโบราณคดีที่เป%นโบราณวัตถุ-สถานประเภทอื่น ๆ เช7น ชิ้นส7วนคัมภีรEที่เกี่ยวข6องที่พบตามแหล7ง
โบราณคดีต7าง ๆ (โดยเฉพาะอย7างยิ่งในเอเชียกลาง) และหลักฐานประเภทรูปเคารพ ภาพสลักเล7าเรื่อง
และภาพจิตรกรรม เป%นต6น เพื่อดูว7าหลักฐานเกี่ยวกับพระองคEปรากฏที่ใดบ6าง อยู7ในช7วงสมัยใด เพื่อ
จัดลำดับหลักฐานที่พบตามอายุสมัย โดยหวังว7าผลจากการศึกษาอาจแสดงให6เห็นถึงที่มาของแนวคิด

