Page 10 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 10

2






                     ผู6สนับสนุนหรือค้ำจุนพุทธศาสนาด6วยการบริจาคทรัพยEให6กับสังฆาราม จะได6รับการดูแลสุขภาพรวมถึง

                     การรักษาโรคจากแพทยEในสังฆาราม

                            นอกจากพ7อค6าแล6ว ยังพบหลักฐานว7ากษัตริยEก็มีส7วนอย7างสำคัญต7อการแพทยEในอินเดียโบราณ
                     จารึกพระเจ6าอโศกหลักที่ 2 กำหนดอายุได6ราว 269-232 ปeก7อนคริสตกาล (ราวพุทธศตวรรษที่ 3) พบที่

                     กิรนัร (Girnar) ระบุว7า ทุกแห7งหนในราชอาณาจักรจะต6องมีการจัดหาเวชภัณฑEไว6ให6ทั้งคนและสัตวE

                     หากที่ใดขาดแคลนสมุนไพร รากพืช และผลไม6 จะต6องทำการเพาะปลูกหรือสั่งซื้อเข6ามา จากจารึกนี้
                     ไม7ได6หมายความเพียงว7า มีโรงพยาบาลเกิดขึ้นตั้งแต7ราวพุทธศตวรรษที่ 3 แล6ว แต7ยังแสดงให6เห็นว7า

                     บทบาทการเยียวยารักษาพระภิกษุสงฆEได6ขยายไปสู7ประชาชนทั่วไปพร6อม ๆ กับการเผยแผ7พุทธศาสนา
                     ในสมัยของพระเจ6าอโศก (Zysk, 2000: 44)

                            ในสมัยกุษาณะ ซึ่งเป%นช7วงที่พุทธศาสนารุ7งเรืองมากอีกช7วงหนึ่งต7อจากสมัยพระเจ6าอโศก

                     โดยเฉพาะอย7างยิ่งดินแดนทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ดังเป%นที่ทราบแล6วว7าในสมัยของพระ
                     เจ6ากนิษกะเกิดการสร6างพระพุทธรูปขึ้นเป%นครั้งแรกของโลก พุทธศาสนาแพร7หลายออกไปยังดินแดน

                     ภายนอกโดยเฉพาะอย7างยิ่งแถบเอเชียกลาง ในดินแดนคันธาระจากการขุดค6นทางโบราณคดีที่ตักศิลา
                     แสดงให6เห็นว7า มีพุทธสถานจำนวนมากถูกสร6างขึ้นตั้งแต7ตอนต6นราชวงศEจนถึงการล7มสลายของตักศิลา

                     โดยการทำลายของชาวฮั่นในราวพุทธศตวรรษที่ 10 ตักศิลาเปรียบประดุจมหาวิทยาลัยหรือศูนยEกลาง

                     ของการเรียนรู6 เป%นศูนยEกลางที่สำคัญทางพุทธศาสนา เช7นเดียวกับการเป%นศูนยEกลางการศึกษาทาง
                     ศิลปะและศาสตรEอื่น ๆ (รวมถึงวัฒนธรรมฮินดูและการศึกษาวิชาแพทยEศาสตรE) ตักศิลาจึงเป%น

                     สัญลักษณEสำคัญที่แสดงถึงความสัมพันธEระหว7างพุทธสถานและการศึกษาทางการแพทยE

                            ในสมัยคุปตะ บันทึกการเดินทางของบาทหลวงจีนที่เดินทางเข6ามาสืบพุทธศาสนาในประเทศ
                     อินเดีย เช7น ฟาเสียน เสวี้ยนจัง (ยวนฉ7าง) และ อี้จิง ให6ภาพที่น7าสนใจเกี่ยวกับพุทธศาสนาในประเทศ

                     อินเดียในขณะนั้น (สมัยคุปตะ) เช7นทำให6เราทราบว7า ในสมัยนั้นนอกจากการเรียนการสอนแพทยE
                     ศาสตรE (ที่นาลันทา) แล6ว ยังปรากฏหลักฐานชัดเจนถึงกรณียกิจที่สำคัญอย7างหนึ่งของกษัตริยE หรือการ

                     สร6างบารมีและการสั่งสมบุญของกษัตริยE นั่นคือ “พระเจ6าหรรษวรรธนะแห7งกาโนช” ผู6ซึ่งหันมานับถือ

                     พุทธศาสนามหายาน ด6วยการสร6าง “โรงพยาบาล” (hospices) หรือตามที่เสวี้ยนจังเรียกว7า
                     “บุญศาลา” ที่เพียบพร6อมด6วยอาหาร และเครื่องดื่ม นอกจากนั้นยังให6จัดหา “แพทยE” และ “ยารักษา

                     โรค” ไว6สำหรับผู6เดินทางและคนยากจนที่อยู7ในบริเวณโดยรอบ (Hazra, 1983: 89)  (สิ่งนี้เป%นข6อสังเกต
                     ที่น7าสนใจประการหนึ่งว7า การสร6าง “อาโรคยศาลา” และ “ธรรมศาลา” ของพระเจ6าชัยวรมันที่ 7 แห7ง

                     อาณาจักรกัมพูชานั้น อาจเป%นวัตรปฏิบัติของกษัตริยEที่สืบต7อกันมา โดยเฉพาะอย7างยิ่งสำหรับผู6ที่นับถือ

                     พุทธศาสนามหายานหรือไม7?)
                            ที่กล7าวมาเป%นการแสดงให6เห็นถึงความสัมพันธEระหว7างพุทธศาสนากับการแพทยE ซึ่งเป%น

                     พื้นฐานที่สำคัญที่นำไปสู7ความเชื่อและการบูชาพระพุทธเจ6าแพทยE
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15