Page 16 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 16

8






                     พลังชั่วร?าย และทำให?พื้นที่นั้นกลายเปPนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้การรักษาโรคในสมัยพระเวทยังต?อง

                     คำนึงถึงชBวงเวลาที่เหมาะสมเพื่อความเปPนมงคลในการทำพิธีและการรักษาด?วย

                            คาถาหรือมนตร;ในการรักษาโรคที่ปรากฏในอถรรพเวท มักปรากฏเรื่องเลBาของเทพตBาง ๆ
                     (เทพนิยาย) ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข?องกับการรักษาโรค เหลBาเทพพระเวทเดิมที่ถูกกลBาวถึงมักอยูBในระดับ

                     รองหรือต่ำกวBาเทพหลักของอถรรพเวท เนื่องจากคุณสมบัติของเทพเหลBานั้นคล?ายคลึงกับเทพที่ถูก

                     กลBาวถึง เชBน รุทระ (เทพสมัยพระเวท) เปรียบเสมือนฟ|าแลบและฟ|าร?อง เทียบได?กับเทพ “ตักมัน”
                     (takman) ในอถรรพเวท (ตักมัน หมายถึงไข?ที่สัมพันธ;กับลมมรสุม) เทพที่ถูกกลBาวถึงในมนตร;คาถา

                     สBวนใหญBเปPนอสูรแหBงโรคร?าย หรืออาจเปPนพืชพันธุ;และผลผลิตที่มีคุณที่ใช?ในการรักษา
                            การมีอยูBของเทพนิยายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลนี้ แสดงให?เห็นถึงธรรมเนียมปฏิบัติในการ

                     รักษาโรคทั้งรBางกายและจิตใจของคนในสังคมสมัยพระเวทโดยผBานพิธีกรรมเฉพาะ ผู?ที่ปฏิบัติหน?าที่ใน

                     การรักษาโรค ไมBได?เปPนสBวนหนึ่งของกลุBมนักบวชที่ปฏิบัติยัญพิธี แตBได?นำหลักการ (ของนักบวช) มาใช?
                     ในการปฏิบัติ หลักฐานที่ปรากฏในอถรรพเวทแสดงถึงการประสานความเปPนนักบวชและการรักษาโรค

                     เข?าด?วยกัน
                            จากการที่มนตร;คาถาในอถรรพเวทแสดงให?เห็นความสัมพันธ;ระหวBางความเชื่อกับการรักษาโรค

                     โดยพืชพันธุ; (สมุนไพร) ตBาง ๆ ที่มีคุณสมบัติทางยาถูกกลBาวถึงและได?รับการยกยBองจนกลายเปPน

                     เทพ-เทพี ตัวอยBางเชBน เทพีแหBงพืชพันธุ;นาม อรุณธตี (Arundhati) (เปPนยาที่ใช?สำหรับรักษาบาดแผล
                     และการแตกหัก) และเทพแหBงพืชพันธุ;นาม กุษฏะ (Kustha) (ตัวยาที่ใช?ในการรักษาอาการไข? (takman)

                     (กุษฎะนี้เปPนเจ?าแหBงสมุนไพร เปPนพืชที่มีกลิ่นหอม ให?พลัง ถือเปPนพืชแหBงสรวงสวรรค; (สวรรค;ชั้นที่ 3

                     ดินแดนแหBงความเปPนอมตะ และเปPนดินแดนแหBงนกอินทรี) พบได?บนภูเขาสูงแหBงหิมวัน จากเทพนิยาย
                     กลBาววBาสัมพันธ;กับ “โสม” ในฤคเวท โดยกลBาววBากุษฎะเปPนพี่น?องกับโสม กุษฏะมีถิ่นกำเนิดใน

                     แคชเมียร; และเปPนสินค?าสBงออกที่สำคัญของอินเดียในยุคเส?นทางการค?าเครื่องเทศ คุณสมบัติทางยาของ
                     พืชชนิดนี้เปPนที่รู?จักกันโดยทั่วไปในการแพทย;แผนโบราณในอินเดีย (Zysk, 2000: 17-18)

                            นอกจากนี้ อถรรพเวทยังแสดงให?เห็นวBาในชBวงเวลาดังกลBาว สังคมอินเดียมีความรู?ทาง

                     พฤกษศาสตร;มากขึ้น ตBางจากชBวงที่บันทึกไว?ในฤคเวท แพทย;ผู?ทำการรักษาโรคในชBวงที่อถรรพเวท
                     กลBาวถึงนอกจากมีความรู?ในการรักษาโรคและการประกอบพิธีกรรมแล?ว ยังมีความรู?ความชำนาญในการ

                     จัดการกับจิตวิญญาณ ประกอบกับการรู?จักการเลือกใช?สมุนไพรท?องถิ่นในการรักษาโรคด?วย
                            สิ่งที่นBาสังเกตคือ ฤคเวทให?ความสำคัญกับเทพแหBงพืชพันธุ;ที่เปPนชาย ขณะที่อถรรพเวทให?

                     ความสำคัญกับเทพีแหBงพืชพันธุ; (ที่มีคุณสมบัติทางยา - ที่เปPนหญิง) อถรรพเวทแสดงให?เห็นถึง

                     ความสัมพันธ;ของพืชพันธุ;กับเทพี และความรู?เกี่ยวกับพืชพันธุ;และสมุนไพรพื้นถิ่น ในขณะที่ฤคเวทไมBได?
                     กลBาวถึง สิ่งนี้แสดงให?เห็นพัฒนาการความเชื่อ (เปPนที่ทราบกันดีแล?ววBา อถรรพเวทเปPนคัมภีร;ที่แตBงขึ้น

                     หลังฤคเวท) จากการนับถือเพศชายเปPนใหญBมาสูBการให?ความสำคัญกับเพศหญิง อีกทั้งยังได?เข?ามามี

                     บทบาทตBอพฤติกรรมทางสังคมซึ่งรวมถึงการรักษาโรคด?วย
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21