Page 17 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 17

9






                            อาชีพ “แพทย3” ที่ถูกกลRาวถึงในวรรณกรรมยุคพระเวท

                            ในบทสวดของฤคเวท ได?ระบุไว?วBา เภษัชกร (bhisaj - ผู?ทำการรักษาโดยใช?ยา) เปPนอาชีพหนึ่งที่

                     ต?องใช?ความชำนาญนอกเหนือจากอาชีพชBางไม?และนักบวช (พราหมณ;) โดยเภษัช (แพทย;) ต?องใช?ทักษะ
                     และความชำนาญในการรักษา (เหมือนการทำงานของชBางไม?) ประกอบกับความรู?ในการทBองมนตร;

                     เพื่อประกอบพิธีกรรมขณะรักษา (เหมือนนักบวช)

                            วรรณกรรมสังหิตาตอนปลายถึงพราหมณะตอนต?นในยุคพระเวทตอนปลายราว 900-500 ปç
                     กBอนคริสตกาล แสดงให?เห็นวBาผู?ทำหน?าที่ในการรักษาผู?เจ็บป}วยหรือแพทย; ได?รับการเหยียดหยามจาก

                     กลุBมนักบวชวBาเปPนผู?ไมBบริสุทธิ์ ดังปรากฏข?อความในไตตติริยะ สังหิตา (Taittiriya Samhita) ที่กลBาวถึง
                     อัศวินวBา

                            “แพทย;ทั้งสอง (หมายถึงเทพแฝดอัศวิน) ซึ่งสัมพันธ;ใกล?ชิดกับมวลมนุษย;เปPนผู?ไมBบริสุทธิ์

                     อยBางยิ่ง ดังนั้นผู?ที่เปPนพราหมณ;จึงไมBควรประพฤติตนเปPนแพทย;” แพทย;ถูกมองวBาไมBบริสุทธิ์และสกปรก
                     จึงถูกกีดกันจากยัญพิธี จากเรื่องราวในเทพนิยาย อัศวินถูกห?ามไมBให?เข?าไปเกี่ยวข?องกับน้ำโสมอัน

                     ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากอัศวินเกี่ยวข?องกับสิ่งมีชีวิตที่ไมBบริสุทธิ์ (Zysk, 2000: 22-23) (อัศวินมีหน?าที่ตBอ
                     ศีรษะให?กับเหยื่อหลังยัญพิธี)

                            ในคัมภีร; “ศตบถ พราหมณะ” (Satapatha Brahmana) ก็มีการกลBาวย้ำแนวคิดที่วBา แพทย;

                     เปPนผู?ไมBบริสุทธิ์เชBนกัน (Zysk, 2000: 23)
                            สรุปได?วBาในสมัยพระเวทมีแนวคิดเกี่ยวกับหมอหรือแพทย;วBาเปPนผู?ที่ไมBบริสุทธิ์ เนื่องจากต?อง

                     ติดตBอสัมพันธ;กับผู?ป}วย ดังนั้นผู?ที่เปPนพราหมณ;จึงไมBควรปฏิบัติตนเปPนแพทย; (Taittiriya Samhita,

                     6.4.9.1-3 อ?างถึงใน Ray, 1994: 128)


                            ยุคมหากาพย3และยุคปุราณะ
                            อาชีพแพทย;ซึ่งมีมาตั้งแตBยุคพระเวทนั้นได?กลายเปPนอาชีพที่ได?รับความนิยมในสมัยมหากาพย;

                     ในมหาภารตะ ก็มีการกลBาวถึงอาชีพนี้ ในวรรณกรรมยุคปุราณะ เชBน วิษณุปุราณะก็มีการกลBาวถึงอาชีพ

                     นี้เชBนกัน โดยระบุชื่อ “ธันวันตะริ” เทพแหBงการแพทย; รวมทั้งมีการกลBาวถึงคราม-อุษธีส (grama-
                     ausadhis) สมุนไพรเหลBานี้อาจถูกนำมาใช?ในการเตรียมยา ในปุราณะมีการกลBาวถึงโรคตBาง ๆ มีเทคนิค

                     การเก็บศพในน้ำมัน ในรามายณะก็มีการกลBาวถึงเทคนิคนี้เชBนกัน (Dayal : 1983, 160)
                              ตำราที่ถือวBาเปPนพื้นฐานทางการแพทย;ของอินเดีย คือ “บทสรุปของจรกะ” (the compendia

                                                                             1
                     of Caraka) อายุราวคริสตศตวรรษที่ 1-2  และ “สุศรุตะ” (Susruta)  (ราวคริสตศตวรรษที่ 4) (Liebert
                     : 1976, 289) อันเปPนตำราที่มีบางสBวนคล?ายคลึงกับตำราแพทย;ของฮิปโปเครตีส และกาเลน



                            1  Susruta – มีความหมายวBา “มีชื่อเสียงมาก” สุศรุตะเปPนหัวหน?าของกลุBมòษี “ศรุตรรษิส (srutarsis)”
                     เป|นผู?เขียนตำราเกี่ยวกับการแพทย;ในราวคริสตศตวรรษที่ 4
   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22