Page 21 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 21

13






                     เอเชียกลาง ดังที่เราได?พบความสัมพันธ;ระหวBางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียกับประเทศใกล?เคียง

                     รวมถึงหุบเขาทาริม (Tarim Basin)

                            ในสมัยของพระเจ?ากนิษกะ ตักศิลาได?ขยายเปPนศูนย;กลางของพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญB
                     ประกอบด?วยอารามจำนวนมาก เพียงพอสำหรับพระสงฆ;จำนวน 2,000 -3,000 รูป นอกจากเปPน

                     ศูนย;กลางที่สำคัญทางพุทธศาสนาแล?วตักศิลายังเปรียบประดุจมหาวิทยาลัยหรือศูนย;กลางของการ

                     เรียนรู? เชBนเดียวกับการเปPนศูนย;กลางการศึกษาทางศิลปะและศาสตร;อื่น ๆ รวมถึงการศึกษาวิชาแพทย;
                     ศาสตร; ตักศิลาจึงเปPนสัญลักษณ;สำคัญที่แสดงถึงความสัมพันธ;ระหวBางพุทธสถานและการศึกษาทาง

                     การแพทย;


                            สมัยคุปตะ

                            บันทึกการเดินทางของบาทหลวงจีนที่เดินทางเข?ามาสืบพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย เชBน
                     ฟาเสียน เสวี้ยนจัง (ยวนฉBาง) และอี้จิง ให?ภาพที่นBาสนใจเกี่ยวกับพุทธศาสนาในประเทศอินเดียใน

                     ขณะนั้น (สมัยคุปตะ) เชBนทำให?เราทราบวBา ในสมัยนั้นนอกจากการเรียนการสอนแพทย;ศาสตร;แล?ว
                     (ที่นาลันทา) ยังปรากฏหลักฐานชัดเจนถึงกรณียกิจที่สำคัญอยBางหนึ่งของกษัตริย; หรือการสร?างบารมี

                     และการสั่งสมบุญของกษัตริย; นั่นคือ “พระเจ?าหรรษวรรธนะแหBงกาโนช” ผู?ซึ่งหันมานับถือพุทธศาสนา

                     มหายาน ด?วยการสร?าง “โรงพยาบาล” (hospices) หรือตามที่เสวี้ยนจังเรียกวBา “บุญศาลา”
                     ที่เพียบพร?อมด?วยอาหาร และเครื่องดื่ม นอกจากนั้นยังให?จัดหา “แพทย;” และ “ยารักษาโรค”

                     ไว?สำหรับผู?เดินทางและคนยากจนที่อยูBในบริเวณโดยรอบ (Hazra, 1983: 89)

                            สิ่งนี้เปiนขgอสังเกตที่นRาสนใจประการหนึ่งวRา การสรgาง “อาโรคยศาลา” และ  “ธรรมศาลา”
                     ของพระเจgาชัยวรมันที่ 7 แหRงอาณาจักรกัมพูชานั้น อาจเปiนวัตรปฏิบัติของกษัตริย3ที่สืบตRอกันมา

                     โดยเฉพาะอยRางยิ่งสำหรับผูgที่นับถือพุทธศาสนามหายานหรือไมR ?


                            กำเนิดอโรคยศาลา

                            การแพรBกระจายของพุทธศาสนาและพุทธสถานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
                     อินเดีย สBวนใหญBเปPนไปตามเส?นทางการค?าที่มีอยูBในขณะนั้น มีการตั้งอาราม (พุทธสถาน) ขึ้นตาม

                     เส?นทางการค?า โดยได?รับการอุปถัมภ;และเงินสนับสนุนจากฆราวาสโดยเฉพาะอยBางยิ่งพวกพBอค?าและ
                     นักเดินทางที่ร่ำรวย ซึ่งสถานที่นั้น ๆ ก็จะใช?เปPนที่พักสำหรับนักเดินทางและพวกพBอค?าด?วย

                            นอกเหนือจากการพักผBอนจากการเดินทางแล?ว ผู?ที่ทำการบริจาคให?แกBคณะสงฆ;ในพุทธศาสนา

                     ยังได?รับการดูแลสุขภาพด?วย บันทึกของหลวงจีนฟาเสียนในคริสต;ศตวรรษที่ 5 (พุทธศตวรรษที่ 11)
                     กลBาววBา ในเมืองปาฏลีบุตร หัวหน?าตระกูลแพศยะได?สร?าง “บ?านการกุศล (บุญศาลา) สำหรับพักพิงและ

                     รักษาโรค” ขึ้น เพื่อบริจาค (อาหาร) และยาแกBผู?เจ็บป}วย คนยากจน ผู?ขาดแคลนและผู?พิการ บุคคล

                     เหลBานี้สามารถเข?ามาพักอาศัยและรับการรักษาได?ทุกประเภท โดยที่จะได?รับการรักษาจากแพทย;รวมทั้ง
   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26