Page 26 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 26

18






                            สำนวนสันสกฤตและธิเบต กลBาววBา ทBานเปPนบุตรของพระเจ?าพิมพิสารกับภรรยาพBอค?า ชื่อ

                     “โกมารภัจจ;” ชื่อนี้อาจมาจากศัพท;ภาษาสันสกฤต ‘Kaumarabhrtya’ ซึ่งตามอายุรเวทมีการระบุวBา

                     หมายถึงการแพทย;สาขาหนึ่งที่เกี่ยวกับกุมารเวชศาสตร;และการผดุงครรภ;
                            สำนวนภาษาธิเบตกลBาวเสริมวBาหลังจบการศีกษาแล?ว ทBานได?ทำการฝ†กฝนวิชาการผBาตัดเปõด

                     กะโหลกจากอาจารย;อาตรียะ (Atreya) ซึ่งอาศัยอยูBที่เมืองตักศิลา ซึ่งผลงานของทBานทำให?อาจารย;พอใจ

                     มาก คำสอนของแพทย;ผู?มีนามวBา “อาตรียะ (Atreya)” นี้เปPนพื้นฐานของคัมภีร; “จรกะ สังหิตา”
                     (Caraka Samhita) จากนั้นทBานได?เดินทางไปยังเมืองภัทรังกร (bhadrankara) ในเมืองวิทรรภะ

                     (Vidarbha) ที่ซึ่งทBานได?เรียนศาสตร;ที่มีชื่อวBา “สรรวภูตรูตะ – Sarvabhutaruta) - เสียงแหBงมวล
                     มนุษยชาติ (The Sounds of All Beings) จากนั้นทBานได?เดินทางกลับและได?พบกับชายขนฟ¶นผู?มี

                     “มณี” ที่มีชื่อวBา “สรรวาภูตประสาทนะ sarvabhutaprasadana) ซึ่งเมื่อทBานได?นำ “มณี” นี้วางตBอ

                     หน?าคนป}วย จะสามารถมองเห็นอวัยวะภายในของคนป}วย ทำให?สามารถวินิจฉัยโรคได? (Zysk, 2000:
                     54)

                            สำนวนจีน กลBาววBามารดาของทBานคือนางฟ|านาม “อามรปาลิ – Amrapali” (ที่ได?รับการเลี้ยง
                     ดูโดยพราหมณ;) กับพระเจ?าพิมพิสาร ชีวิตของทBานถูกกำหนดมาแล?ววBาทBานจะต?องเปPน “แพทย;”

                     เด็กชายเกิดมาโดยถือถุงเข็มที่ใช?ในการรักษาโรคไว?ในมือ ซึ่งได?รับการทำนายวBาตBอไปจะได?เปPนแพทย;

                     และหมอยาประจำราชสำนัก สิ่งนี้ชี้ให?เห็นถึงอิทธิพลของการแพทย;ท?องถิ่น เนื่องจากการรักษาโรคด?วย
                     วิธีการฝaงเข็มเปPนสิ่งที่ปฏิบัติกันมาในสังคมจีนตั้งแตBศตวรรษที่ 1 กBอนคริสตกาล (Zysk, 2000: 53)

                            หลังจากที่ทBานได?ร่ำเรียนวิชาการแพทย;จากผู?รู?ในท?องถิ่นจนกลายเปPนผู?เชี่ยวชาญแล?ว ทBานรู?สึก

                     วBายังมีความรู?ไมBเพียงพอ ประจวบกับที่ทBานได?ทราบขBาวของแพทย;ผู?มีชื่อเสียงคือ อาตริ ปõงคละ (Atri
                     Pingala) ซึ่งอาศัยอยูBที่เมืองตักศิลา จึงเดินทางไปศึกษาวิชาแพทย;กับอาจารย;ทBานนี้ หลังจากได?ศึกษา

                     เปPนเวลา 7 ปç ทBานได?ทำการศึกษาและทดสอบสมุนไพรตBาง ๆ จนประสบความสำเร็จ ในขณะเดินทาง
                     กลับทBานได?พบเด็กชายผู?หนึ่งกำลังขนฟ¶น ทBานได?พบวBาทBานสามารถมองทะลุผBานรBางของเด็กชายผู?นั้นได?

                     ทBานจึงตระหนักในขณะนั้นทันทีวBา ในมัดฟ¶นนั้นต?องมีชิ้นสBวนของต?นไม?แหBง “ไภษัชยราชัน –

                     bhaisajyarajan” ผู?ซึ่งในคัมภีร;มหายานกลBาววBา เปPนพระโพธิสัตว;แหBงการรักษาโรค ทBานจึงได?ขอซื้อไม?
                     นั้นจากเด็กหนุBมและได?พบกิ่งไม?มงคลดังกลBาว และนำกิ่งไม?นั้นมาใช?ในการรักษาโรค (Zysk, 2000: 55)

                            จากเรื่องเลRานี้แสดงใหgเห็นถึงความสัมพันธ3เชื่อมโยงระหวRาง ชีวก โกมารภัจจ3 กับไภษัชย
                     ราชัน และตRอเนื่องไปยังไภษัชยคุรุ ซึ่งเปiนสิ่งหนึ่งที่อาจแสดงใหgเห็นกำเนิดและพัฒนาการของ

                     ไภษัชยคุรุ

                            เมื่อเปรียบเทียบทั้งสี่สำนวนจะเห็นวBา สำนวนภาษาบาลีไมBได?กลBาวถึงการศึกษาวิชาแพทย;ของ
                     ทBานชีวกกBอนที่จะเดินทางไปศึกษาที่ตักศิลา รวมทั้งไมBได?ระบุถึงชื่ออาจารย;ที่ทBานได?เรียนด?วย (ซึ่งอาจ

                     เปPนคนเดียวกับ อาตริ ปõงคละ (Atri Pingala) ในสำนวนภาษาจีน) รวมทั้งไมBได?กลBาวถึงการฝ†กฝน

                     วิชาการผBาตัดเปõดกะโหลกและการเรียนศาสตร;ที่มีชื่อวBา “สรรวภูตรูตะ (Sarvabhutaruta) - เสียงแหBง
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31