Page 27 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 27
19
มวลมนุษยชาติ (The Sounds of All Beings) ตามที่มีการกลBาวไว?ในสำนวนภาษาสันสกฤตและธิเบต
รวมถึงเรื่องเลBาเกี่ยวกับการที่ทBานได?พบไม?มงคลที่สามารถทำให?มองเห็นภายในของรBางกายได?เชBนรังสี
เอกเรย;ซึ่งมีกลBาวไว?ในสำนวนภาษาจีน
อนึ่ง ศาสตร;แหBงการผBาตัดเปõดกะโหลก นBาจะมีมานานแล?วและเปPนที่รู?จักกันดีในอินเดียเหนือ
และธิเบต โครงกระดูกสมัยหินใหมBพบที่เบอซาโฮม ในแคชเมียร; ซึ่งการกำหนดอายุโดยวิธีคาร;บอน 14
พบวBามีอายุราว 1,800 ปçกBอนคริสตกาล และโครงกระดูกจากติมรรครหะ (Timargarha) ทางตะวันตก
เฉียงเหนือของปากีสถาน อายุราวศตวรรษที่ 9-6 กBอนคริสตกาล ก็มีรBองรอยของการเจาะกะโหลก
สBวนศาสตร;เกี่ยวกับเสียง (Sounds of All Beings) และไม?มงคล (หรือมณีที่มีอำนาจเหนือ
ธรรมชาติหรือดวงแก?วศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถอำนวยพร (เสก) ในการรักษาโรค) สิ่งนี้ไมBใชBสิ่งที่เปPนที่คุ?นเคย
ในอินเดีย สะท?อนให?เห็นถึงการรักษาโรคโดยการใช?คาถาอาคมในพุทธศาสนามหายานซึ่งอาจเปPน
การแพทย;แบบจีน ? พุทธศาสนามหายานตันตระมีการใช?เวทมนตร;คาถา (ธารณีมนตร;) ในการรักษาโรค
ขับไลBภูตผี และเพื่อได?มาซึ่งความเปPนมงคล ซึ่งดวงแก?วศักดิ์สิทธิ์นี้ทางประติมานวิทยาสัมพันธ;กับ
พระโพธิสัตว;ผู?รักษา (Zysk, 2000: 56)
จากประวัติของชีวก โกมารภัจจ; ตามที่กลBาวถึงในวินัยปõฎกภาษาจีน โยงความสัมพันธ;ของ
ชีวกวBามองเห็น ดวงมณีศักดิ์สิทธิ์ในกองฟ¶น เปรียบประดุจโพธิสัตว;ผู?รักษาโรค และชีวกนำมาใช?ใน
การรักษาโรค
การใชgพุทธศาสนารักษาโรค
ในสมัยหลังลงมา ยังปรากฎบทสวดภาษาบาลีในพุทธศาสนาเถรวาท ที่แสดงให?เห็นถึง
ความสัมพันธ;ของพุทธศาสนากับโรคภัยไข?เจ็บ ตัวอยBางเชBน บทสวดโพชฌังคปะริตร (องค;แหBงการตรัสรู?
ซึ่งมี 7 ประการ) อันเปPนบทสวดพุทธมนต;ที่ยิ่งใหญBทำให?หายจากอาการป}วยจากโรคภัยไข?เจ็บที่มักหา
สาเหตุไมBพบ ทำให?มีสุขภาพดีมีอายุยืน มีกำลังใจที่เข?มแข็งและพ?นจากอุปสรรคทั้งปวง โรคที่หายแล?ว
ไมBกลับมาเปPนอีก ในบทสวดมีเนื้อหาที่ชี้ให?เห็นถึงการใช?พุทธศาสนาเยียวยารักษาโรค โดยพระพุทธองค;
ทรงใช?โพชฌงคปริตรรักษาพระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปให?หายจากอาพาธ และทรงให?
พระจุนทะสวดถวายรักษาอาการประชวรของพระองค; “ก็อาพาธของพระผู?ทรงคุณยิ่งใหญBทั้ง 3 องค;นั้น
หายแล?วไมBกลับมาอีก ดุจดังกิเลสถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล?ว ถึงซึ่งความไมBเกิดอีกเปPนธรรมดา ด?วยการ
กลBาวคำสัจจ;นี้ ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงบังเกิดมีแกBทBานทุกเมื่อ” (ชัชจ;พิสิฐ; วิมาลารักษ; : 2558, 172-
175)

