Page 22 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 22

14






                     ได?รับทั้งอาหารและยาจนกระทั่งหายดี กลยุทธ;เชBนนี้ประสบความสำเร็จอยBางยิ่ง ดังจะเห็นได?วBามีการ

                     สร?างพุทธสถาน (อาราม) ขึ้นจำนวนมากและแพรBหลายไปจนถึงราวคริสต;ศตวรรษที่ 12

                            สิ่งกBอสร?างที่มีการกลBาวถึงในบันทึกของบาทหลวงจีนนี้อาจเปPน “อโรคยวิหาร” ของพุทธ
                     สถานที่เมืองปาฏลีบุตรที่พบจากการขุดแตBงที่กุมรหาร; (Kumrahar) ซึ่งกำหนดอายุได?ราว ค.ศ. 300-

                     450 สิ่งกBอสร?างนี้มีห?อง 4 ห?องที่มีขนาดตBาง ๆ กัน มีผนังที่กBอด?วยอิฐเผาไฟ (fired-backed bricks)

                     และมีพื้นเปPนอิฐ สิ่งที่พบจากการขุดค?นคือตราประทับรูปต?นโพธิ์มีสังข;อยูB 2 ข?าง ด?านลBางของตรา
                     ประทับมีจารึกอBานได?วBา “ศรี อโรคยวิหาเร ภิกษุสังฆสย - sri arogyavihare bhiksusanghasya –

                     ภายในอโรคยศาลอันศักดิ์สิทธิ์แหRงอารามสงฆ3” นอกจากนี้ยังพบจารึกบนเศษภาชนะดินเผา 2 ชิ้น
                     ชิ้นหนึ่งอBานได?วBา “(อา) โรคยวิหาเร – (a) rogyavihare – ในอโรคยศาล” (in the health house)

                     อีกชิ้นหนึ่งจารึกวBา “(ธ) นวันตเรห – (dha)nvantareh” (แหBง(ของ) ธันวันตริ” of Dhanvantari) ซึ่ง

                     ชิ้นหลังนี้อาจเปPนคำนำหน?าชื่อ (ตำแหนBง) ของแพทย;ประจำอโรคยวิหารแหBงนี้ (ซึ่งชื่อ “ธันวันตริ” เปPน
                     เทพศัลยแพทย;ที่มีการกลBาวถึงในสุศรุต สังหิตา (Susruta Samhita) (ธันวันตะริ เปPนเทพแหBงการแพทย;

                     (รักษาโรค) มีกำเนิดจากการกวนเกษียรสมุทร) (Zysk, 2000: 45)
                            จารึกที่นาคารชุนโกณฑะ อายุราวคริสต;ศตวรรษที่ 3 (พุทธศตวรรษที่ 8) เขียนเปPนภาษา

                     สันสกฤต ชี้ให?เห็นถึงการสร?างสถานที่รักษาพยาบาลและสถานที่พักฟ¶ßนโรคภัยไข?เจ็บขึ้นเปPนสBวนหนึ่ง

                     ของพุทธสถาน ซึ่ง “โรคภัยไข?เจ็บ” ดังกลBาวอาจหมายถึงทั้งโรคทางรBางกายและโรคทางจิตใจ และ
                     รวมถึงโรคมาลาเรีย ซึ่งเปPนโรคร?ายในขณะนั้น

                             ในขณะที่จารึกในคริสต;ศตวรรษที่ 6 (พุทธศตวรรษที่ 11) จากทุฏฏวิหาร (Duddavihara)

                     ในแคว?นคุชราต กลBาววBา การใช?ยารักษาโรคและการรักษานั้น มีขึ้นสำหรับทุกคนที่ป}วยไมBเฉพาะแตB
                     พระสงฆ;เทBานั้น ในคัมภีร;ภาษาบาลี (สังยุตต-นิกาย) มีการกลBาวถึง “ที่พักสำหรับผู?ป}วย” (Hall of Sick)

                     หรือที่เรียกวBา คิลานศาลา (Gilanasala) ตั้งอยูBที่ “กูฏะคารศาลา (kutagarasala) ในป}าใหญB (มหาวนะ)
                     ใกล?เมืองเวสาลี แสดงให?เห็นถึงสิ่งกBอสร?างที่สร?างขึ้นในขอบเขตของพุทธสถานเพื่อรักษาผู?ป}วย (Zysk,

                     2000: 44) เชBนเดียวกับที่เมืองปาฏลีบุตร มีหลักฐานของ “อาโรคยวิหาร” อยูBใกล?เคียงกับพุทธสถาน

                     และจารึกบนเสาที่ Lele ใกล?กาฑมัณฑุ ระบุศักราช ค.ศ. 604 (saka 5256) กลBาวถึงการบริจาคที่ดิน
                     ของกษัตริย;เพื่อสร?างอโรคยศาลา

                            สBวนในศาสนาพราหมณ;ฮินดูนั้นการแพทย;ได?เข?ามาเกี่ยวข?องชัดเจนในราวคริสต;ศตวรรษที่ 10
                     โดยนำเข?ามาผนวกในการปฏิบัติศาสนกิจและมีการสร?างสถานที่เพื่อรักษาคนเจ็บป}วย (สถานพยาบาล

                     หรือโรงพยาบาล) สBวนในอินเดียใต?มีหลักฐานจากจารึกบนเสาหินมัลกะปุรัม (Malkapuram) ที่อานธระ

                     ประเทศ ค.ศ.1261-1262 กลBาวถึงการบริจาคของวิศเวศวร อาจารยะ แกBวิทยาลัย ซึ่งรวมทั้งประสูติ
                     ศาลา อโรคยศาลา และวิประสัตตระ สถานที่ที่มีแพทย;ซึ่งจะดูแลประชาชนโดยไมBจำกัดชั้นวรรณะ
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27