Page 238 - วัชรยานยันตระ
P. 238

(การกลายร่างอย่างสมบูรณ์ – amsa) ของปรเมศวระ (Boisselier, 1963:
              323-324)


                            จารึกหลักหนึ่งจากบินดิ่ญ
                            เป็นจารึกของพระเจ้าชยปรเมศวรวรมันที่ 2 มีการ
              กล่าวถึงชื่อต่างๆ ที่แสดงให้เห็นความเป็น “มหายาน” เช่น “ศรีลิงคโลเกศวร”
                                           ั
              (I, 2-3)  ศรีชินะ (5)  ปรเมศวรี-ศุภปตนียชนะ (6-7) ศรีชินะ-โลเกศวร (11-
              12) เป็นต้น การกล่าวถึงชื่อ “ลิงคโลเกศวระ” แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

              ถึงความเป็นตันตระเช่นเดียวกับที่เคยปรากฏการสร้าง “เหรุกหรรมยะ”
              โดยพระเจ้าสูรยวรรมเทวะ (Suryavarmadeva) หรือเจ้าชายวิทยามันทนะ
              (Boisselier, 1963: 336)
                     อนึ่งจากการศึกษารูปแบบของหลักฐานโบราณคดีในจัมปา
              โดยเฉพาะอย่างยิ่งโบราณสถานและรูปเคารพ สามารถแบ่งออกได้เป็น
              4 ช่วง คือ (Schweyer, 2011: 68-73)

                     ช่วงที่ 1  พุทธศตวรรษที่ 11 ถึงพุทธศตวรรษที่ 14
                     แหล่งพุทธสถานส าคัญ เช่น หมีเซิน (My Son), โพนาคาร์ (Po
              Nagar) และฮัวลาย (Hoa Lai)
                     ช่วงที่ 2  ปลายพุทธศตวรรษที่ 14 ถึงพุทธศตวรรษที่ 16

                     ศิลปะดงเดือง ภายใต้ราชวงศ์อินทรปุระเป็นช่วงยุคทองของศิลปะ
              จาม ลักษณะเด่นคือ ลวดลายประดับ พันธุ์พฤกษา รูปแบบศิลปะได้รับ
              อิทธิพลชวา แหล่งพุทธสถานส าคัญ เช่น ดงเดือง หมีเซิน (บางแหล่ง) กวงมี
              (Khuong My), ตราเกียว (Tra Kieu) เป็นต้น
                     ช่วงที่ 3  พุทธศตวรรษที่ 16 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17
                     เมืองส าคัญคือ วิชัย ในช่วงนี้ด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองของจัมปา

              ที่สัมพันธ์กับเขมร ท าให้ศิลปะเขมรเข้ามามีอิทธิพลและโดดเด่น แหล่งพุทธ





                                          228
   233   234   235   236   237   238   239   240   241   242   243