Page 236 - วัชรยานยันตระ
P. 236
จารึกขนาดยาวบนเสาพบที่ดงเดือง
จารึกที่ปรากฏทั้ง 4 ด้านของเสา กล่าวถึงการประดิษฐาน
พระพุทธรูปใน พ.ศ. 1418 รวมถึงการสร้างวัดและอารามในพุทธศาสนาโดย
พระเจ้าอินทรวรมัน จากร่องรอยของพุทธสถานที่เหลืออยู่ที่ดงเดืองซึ่งมี
ขนาดใหญ่กว่าเทวาลัยในจัมปา แสดงให้เห็นว่าดงเดืองหรือชื่อเดิมคือ
“อมราวตี” ในจังหวัดกวางนัม เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่ส าคัญในจัมปา
และกษัตริย์องค์ต่อๆ มาก็อุปถัมภ์พุทธศาสนา พุทธสถานและรูปเคารพที่พบ
ทั่วไปในจัมปาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพุทธศาสนามหายานเจริญรุ่งเรือง
ในจัมปา
จารึกอันไท (An Thai)
จารึกส าคัญที่แสดงถึงมหายานตันตระ ระบุศักราชตรงกับ
พ.ศ. 1445 พบที่กว่างนัม (Quang-nam) กล่าวถึงการสถาปนารูปเคารพ
“โลกนาถะ” โดย “สถวีรนาคปุษปะ” เจ้าอาวาสแห่งอาราม “ปรมุทิตา-
โลเกศวระ” (Pramuditalokesvara) ผู้เป็นบิดาของภิกษุนาคปุษปะ (เก่า)
(ปุรวะ) ผู้เป็นที่เคารพรักของพระเจ้าภัทรวรมัน (พระบิดาของอินทรวรมัน)
ซึ่งพระองค์ได้สร้างอารามในพระนามของ “พระอวโลกิเตศวร” พระเจ้า
ภัทรวรมันนี้ก็เช่นเดียวกับพระโอรสที่ทรงเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์อวโลกิ
เตศวร เทพประจ าพระองค์คือ “ชยคุเหศวระ” (Jaya Guhesvara)
ในโศลกที่ 3 กล่าวถึง พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผู้มีความเมตตา
กรุณายิ่ง พระองค์ให้โอกาสผู้ที่ท าบาปให้สามารถรอดพ้นจากนรกและเข้าสู่
ทางแห่งพุทธธรรม พระวัชรปาณี (เป็นผู้) ปลดปล่อยจากการกลับมาเกิดใหม่
ที่เลวร้าย พระศากยมุนี สัมพันธ์กับวัชรธาตุ “อาณาจักร(โลก) แห่งเพชร”
เป็นการปรากฏของความว่าง (ศุนยะ) และ พระวัชรธร(ะ), พระอมิตาภะ
ั
สัมพันธ์กับปทมธาตุ “โลกแห่งดอกบัว” เรียกว่า “ความว่างที่ยิ่งใหญ่ (มหา
ศุนยะ) และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร สุดท้าย พระไวโรจนะที่สัมพันธ์กับ
226

