Page 234 - วัชรยานยันตระ
P. 234

ในพุทธศตวรรษที่ 18 ยังคงมีการท าสงครามระหว่างจัมปาและ
              กัมพูชาอยู่เนืองๆ จนกระทั่งถึงสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พ.ศ. 1733
              “พระเจ้าศรีสุริยวรมัน” ((Suryavarmadeva) หรือเดิมคือ “เจ้าชายวิทย

              นันทนะ” (prince Vidyanandana) แห่งจัมปา ซึ่งได้เข้าไปศึกษา (ลี้ภัย
              การเมือง ?) ในราชส านักของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้น าทัพมายึดเมือง
              วิชัยอันเป็นราชธานีของจัมปาไว้ได้ ทรงขึ้นครองที่เมือง “ราชปุระ” แห่ง
              ปาณฑุรางคะ ในช่วงนี้จัมปาแบ่งเป็น 2 ส่วน อีกส่วนหนึ่ง พระเจ้าสูรยชย
              วรรมเทวะ ซึ่งเป็นน้องเขยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปกครอง การแบ่งแยกนี้

              ปรากฏชัดเจนในจารึกพระขรรค์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1734) อย่างไร
              ก็ตาม พระเจ้าสูรยชยวรรมเทวะได้น าแนวคิดพุทธศาสนามหายานแบบ
              วัชรยานมาจากกัมพูชา ทรงสร้างวัดของ “เหรุกะ” (เหวัชระ) ซึ่งเป็นเทพใน
              พุทธตันตระที่อยู่ในลักษณะที่ดุร้าย มี 8 เศียร (ซึ่งโดยปกติแล้วจามจะไม่ท า
              รูปเคารพในลักษณะดุร้าย) แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลมาจากกัมพูชา
              (Boisselier, 1963: 319)

                     ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา พระพุทธศาสนาในจัมปาอยู่ใน
              ลักษณะผสมผสานกับศาสนาฮินดู (คล้ายกับที่ปรากฏในชวาที่เกิดแนวคิด
              ศิวะ-พุทธะขึ้น) และประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 พระพุทธศาสนามหายาน
              และวัชรยานตันตระก็สูญไปจากจัมปาเหลือเพียงเถรวาท

                     ที่กล่าวมาข้างต้นก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างจัมปา
              กับดินแดนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งชวาและกัมพูชา รวมถึงเพื่อความเข้าใจถึง
              ความเป็นมาของพระพุทธศาสนามหายานโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัชรยาน
              ตันตระและศิลปกรรมหรือหลักฐานโบราณคดีที่เนื่องในพุทธศาสนาดังกล่าว
              ที่มีอยู่ในดินแดนจัมปา







                                          224
   229   230   231   232   233   234   235   236   237   238   239