Page 345 - วัชรยานยันตระ
P. 345
ภาพจิตรกรรมที่นี่ปรากฏภาพพุทธเทพและเทพี (เช่น โลกนาถะ
กับศักติ อวโลกิเตศวร และมัญชุศรี) ร่วมกับเทพในศาสนาฮินดู เช่น ภาพ
พระศิวะทรงโค เทพียมุนาทรงเต่า และพระสุริยะ เป็นต้น นอกจากนี้ยัง
ปรากฏรูปเคารพของเทพ - เทพีในนิกายตันตระอีกหลายองค์ มีที่น่าสนใจ
องค์หนึ่ง ซึ่งเรย์ (Ray) ตีความว่า คือ หัยครีพ เทพในวัชรยานตันตระที่มี
เศียรเป็นม้า ถือวัชระ มีกายสีแดง ตรงตามที่กล่าวไว้ในสาธนะ (Ray, 1936:
60-61) แต่ลูซ (Luce) ยังมีความเห็นที่แตกต่าง (ดูรายละเอียดใน Luce,
1969: 321-344)
ส่วนอู มยา (U Mya) ชี้ให้เห็นว่า จิตรกรรมเนื่องในพุทธศาสนา
มหายานตันตระของจันสิตถา ไม่ได้แสดงลักษณะที่น่ากลัวหรือลักษณะ
อนาจาร แต่แสดงให้เห็นแนวทางการด าเนินชีวิตในโลกมนุษย์ของชาวพุทธ
ซึ่งจะน าไปสู่สวรรค์ (ไม่ใช่แค่การยอมรับหลักธรรมแต่เน้นการปฏิบัติ) จาก
ภาพจิตรกรรมที่นี่แสดงให้เห็นว่าที่วัดนี้ ซึ่งสร้างโดยพระเจ้า กยันสิตถาโอรส
ของพระเจ้าอนิรุทธนั้น พระพุทธศาสนามหายานซึ่งเข้ามาสู่พุกามก่อนการ
่
เข้ามาของเถรวาทยังคงได้รับการนับถืออยู่ แม้ว่าพระพุทธศาสนาฝาย
เถรวาทจะเป็นศาสนาของรัฐก็ตาม (Ray, 1936: 58)
จากงานเขียนของตารนาถะกล่าวว่า มหายานเข้ามายังเมียนมา
ตอนบนตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 10 โดยเริ่มเข้ามาในดินแดนที่เรียกว่า
โกกิ (Koki) โดยศิษย์ของวสุพันธุ และได้รับการนับถือเรื่อยมาไม่ขาดสาย
ซึ่งในพงศาวดารก็มีข้อมูลที่เสริมค ากล่าวดังกล่าว โดยในพงศาวดารกล่าวว่า
พระพุทธศาสนาค่อย ๆ เสื่อมลงในสมัยของพระเจ้า Thaittang ใน พ.ศ.
1059-1066 ผู้ก่อตั้งเมืองถะมหติ (Thamahti) ใกล้เมืองพุกาม ซึ่งที่เมืองนี้ไม่
มีพระไตรปิฎก มีเพียงหลักธรรมของนิกายอรี (Ari) แสดงให้เห็นว่าลัทธินี้
ซึ่งได้รับการสันนิษฐานว่า เป็นนิกายหนึ่งของมหายาน (มหายานตันตระ)
เป็นที่รู้จักทั่วไปแล้วตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 11
335

