Page 121 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 121
119
่
่
่
2. จาก “โครงการรณรงค์” สู่ “นโยบายทีขับเคลือนด้วยข้อมูลและกลไก 3. จาก “การด�าเนินงานเฉพาะกิจ” สู่ “นโยบายสาธารณะทีฝั งในวัฒนธรรม
สนับสนุน” ความปลอดภัย”
ความยั่งยืนของมาตรการจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมี “ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยง” ความส�าเร็จจะยั่งยืนได้ต่อเมื่อ “วัฒนธรรมความปลอดภัย” กลายเป็น
และ “กลไกสนับสนุนที่เข้มแข็ง” การเชื่อมโยงข้อมูลอุบัติเหตุ ข้อมูล ส่วนหนึ่งของสังคม การสื่อสารจึงต้องเดินควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย
กรมธรรม์ และข้อมูลค่าสินไหมทดแทนเป็นรากฐานของการก�าหนดนโยบาย และถูกออกแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เยาวชน แรงงาน หรือ
เชิงพื้นที่ที่แม่นย�า ขณะเดียวกันการยกระดับบทบาทของ กองทุนทดแทน ผู้ขับขี่เชิงพาณิชย์ พร้อมส่งเสริม “เครือข่ายเยาวชนขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ
ผู้ประสบภัย ให้ท�าหน้าที่เป็น “กลไกสนับสนุนเชิงระบบ” ในการส่งเสริม พ.ร.บ.” ให้เติบโตเป็นผู้น�าการเปลี่ยนแปลงในระดับจังหวัดและประเทศ
มาตรการเชิงป้องกัน เช่น การสร้างโรงเรียนต้นแบบความปลอดภัย หรือ
การรณรงค์ในชุมชน จะช่วยให้การด�าเนินงานมีความต่อเนื่องเกิดผลลัพธ์
เชิงสังคมที่ยั่งยืน
จากต้นแบบสู่ระดับชาติ : วิสัยทัศน์ “ขับเคลื่อนสังคมปลอดภัยด้วยระบบประกันภัย”
ส�านักงาน คปภ. ไม่หยุดอยู่เพียงความส�าเร็จของพื้นที่ต้นแบบ แต่ก้าวต่อไปด้วยวิสัยทัศน์ “ขยายผลสู่ระดับชาติ” เพื่อยกระดับบทบาทของระบบ
ประกันภัยภาคบังคับให้เป็น “กลไกเชิงรุกเพื่อการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน” ภายใต้แผนการด�าเนินงาน 3 ปี (พ.ศ. 2568–2570) ที่มุ่งต่อยอด
บทเรียนจากจังหวัดปราจีนบุรีสู่การพัฒนาเชิงระบบครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยในปี 2568 ซ้ึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของโครงการ ถือเป็นระยะ
“วิจัยและวางรากฐาน” มุ่งสร้างฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง และออกแบบมาตรการรณรงค์ที่เหมาะกับแต่ละอ�าเภอ เป้าหมายคือ จัดท�า
“แผนปฏิบัติการจังหวัดปราจีนบุรี” และเพิ่มอัตราการท�าประกันภัยรถภาคบังคับ ควบคู่กับการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในชุมชน
ในปี 2569 – 2570 คือช่วงเวลาแห่งการ “ขับเคลื่อน–ประเมินผล–ขยายสู่ความยั่งยืนในระดับประเทศ” ส�านักงาน คปภ. จะเดินหน้าสู่ “ระยะขับเคลื่อน
และขยายผลเต็มรูปแบบ” เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์จากพื้นที่ต้นแบบให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบทั่วประเทศ โดยในปี 2569 จะเป็นช่วง
การ ขับเคลื่อนแบบบูรณาการ เชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งจังหวัด ภาคธุรกิจประกันภัย สถานศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างกลไกการท�างานที่
เข้มแข็ง ขยายกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมสถานศึกษา สถานประกอบการ และชุมชน ผ่านโครงการ “ขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและ
การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ” และ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” เมื่อก้าวสู่ปี 2570 จะเป็น “ระยะประเมินและขยายผลสู่ความยั่งยืนระดับประเทศ”
ส�านักงาน คปภ. จะประเมินผลเชิงประสิทธิผลและความคุ้มค่าของมาตรการสังเคราะห์บทเรียน และจัดท�าข้อเสนอแนะเพื่อปรับใช้ในระดับจังหวัด
และประเทศ พร้อมเสริมพลังความร่วมมือกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรการด้านความปลอดภัย
เหล่านี้ ไม่อาจสัมฤทธิ์ผลได้ในชั่วข้ามคืน หากแต่ต้องอาศัย “ความมุ่งมั่น การขับเคลื่อนที่ต่อเนื่อง และการลงมือท�าซ�าอย่างมีเป้าหมาย” เพื่อก่อให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่แท้จริง
บทสรุป
โครงการน�าร่องของส�านักงาน คปภ. ในจังหวัดปราจีนบุรี เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการผสานระบบประกันภัยกับมาตรการความปลอดภัย
ทางถนนเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์เชิงข้อมูลและสถิติสะท้อนให้เห็นว่า การท�างานเชิงรุกภายใต้หลักการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของ
ทุกภาคส่วน สามารถลดความสูญเสียต่อชีวิต ครอบครัว และเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้ครอบคลุมและเข้าถึงประชาชน
อย่างแท้จริง การต่อยอดจากพื้นที่ต้นแบบสู่ระดับจังหวัดและระดับประเทศ คือ ก้าวส�าคัญในการขับเคลื่อนระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของไทย
สู่มิติใหม่ที่ไม่เพียง “เยียวยาหลังเกิดเหตุ” แต่ยังสามารถป้องกันความสูญเสียล่วงหน้า และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน
ให้หยั่งรากแน่นในสังคมไทยอย่างมั่นคงถาวร
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คือ แรงขับเคลื่อนส�าคัญที่จะน�าพาประเทศไปสู่ระบบความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ “ปลอดภัย อุ่นใจ และมั่นคงภายใต้ระบบประกันภัย” อย่างแท้จริง
เพราะ “พ.ร.บ. ไม่ใช่ทางเลือก...แต่คือความมั่นคงที่ทุกคนเข้าถึงได้”

