Page 120 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 120
118
การด�าเนินงานอยู่ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล บูรณาการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 สะท้อนถึงพลังของการสื่อสาร
ด้วยเครือข่าย และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์” เพื่อให้มาตรการความปลอดภัย ที่ต่อเนื่อง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม
ทางถนนเกิดผลอย่างยั่งยืน และขยายผลได้จริงในระดับพื้นที่ โดย
ส�านักงาน คปภ. ได้ด�าเนินการใน 7 มาตรการส�าคัญ ดังนี้ มิติการเข้าถึงระบบประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) :
จากความเข้าใจสู่การมีส่วนร่วม
่
1. การสือสารสาธารณะ ใน 3 อ�าเภอหลัก ได้แก่ เมืองปราจีนบุรี ภายหลังการจัดกิจกรรม “Road Safety Week : ปราจีนขับขี่ปลอดภัย
่
ศรีมหาโพธิ และกบินทร์บุรี ผ่านสือวิทยุ ป้ายโฆษณา Billboard รถแห่ สไตล์ Gen Z” ในสถานศึกษา 5 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี
่
่
และสือออนไลน์ เพือสร้างการรับรู้ และแรงจูงใจให้ประชาชนตระหนักถึง โรงเรียนปราจีนกัลยาณี วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี โรงเรียนปราจิณ
ความส�าคัญของประกันภัยรถภาคบังคับ ราษฎรอ�ารุง และโรงเรียนศรีมหาโพธิ มีเยาวชนเข้าร่วมถึง 542 คน พบว่า
อัตราการท�าประกันภัยรถภาคบังคับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 54 ภายในระยะเวลา
เพียง 2 เดือน และผู้เข้าร่วมร้อยละ 95 ผ่านเกณฑ์การประเมินความรู้
2. การสร้างสถานศึกษาต้นแบบ 5 แห่ง พร้อมจัดกิจกรรม Road ด้านกฎหมายจราจรและสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ. แสดงถึงการยกระดับ
่
่
Safety Week เพือให้ความรู้ด้านความปลอดภัย การขับขีอย่างถูก ความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงความส�าคัญของการมี พ.ร.บ. ในฐานะ
กฎหมาย และการท�าประกันภัยรถภาคบังคับแก่เยาวชน หลักประกันชีวิตขั้นพื้นฐาน
่
่
มิติด้านความปลอดภัยทางถนน : ตัวเลขทีสะท้อนความเปลียนแปลง
3. การจัดกิจกรรม Road Safety Day ในสวนอุตสาหกรรม 304 ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน (ThaiRSC) ปี 2568 พบว่า
่
เพือส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรปลอดภัย และความรับผิดชอบทางสังคม ค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในจังหวัดปราจีนบุรีลดลงจาก 0.46 คน
ของภาคเอกชน ต่อวัน เหลือต�ากว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ค่าเฉลี่ยผู้บาดเจ็บ
ลดลงเช่นกัน สะท้อนผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการบูรณาการมาตรการ
ด้านความปลอดภัยในพื้นที่
4. การจัดท�าแผนปรับปรุงจุดเสียงส�าคัญ เช่น ถนนปราจีนอนุสรณ์
่
่
้
ทางหลวงหมายเลข 304 และทางลงเขาปู่โทน เพือป้องกันอุบัติเหตุในพืนที ่ มิติผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม :
่
ทีมีสถิติการเกิดเหตุสูง ความปลอดภัยคือ การลงทุนทีคุ้มค่า
่
จากการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ หากโครงการด�าเนินต่อเนื่อง
ครบ 3 ปี (พ.ศ. 2568–2570) คาดว่าจะลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
่
่
5. การสนับสนุนการสอบใบขับขีในกลุ่มเยาวชน เพือสร้างความรู้ ของจังหวัดปราจีนบุรีรวมกว่า 912 ล้านบาท ซ้ึ่งไม่เพียงเป็นตัวเลขที่สะท้อน
่
ความเข้าใจด้านกฎหมายและการขับขีปลอดภัย “ความคุ้มค่าเชิงสังคม” ของการด�าเนินโครงการ แต่ยังเป็นหลักฐานส�าคัญ
ที่ชี้ให้เห็นว่าระบบประกันภัยสามารถท�าหน้าที่เป็นกลไกเชิงรุกในการป้องกัน
และลดความสูญเสียของประเทศได้
่
6. การใช้เทคโนโลยี GPS เพือตรวจสอบและควบคุมความเร็วของรถ
้
่ ่
เชิงพาณิชย์ในพืนทีเสียง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการน�าร่องในจังหวัดปราจีนบุรีมิได้สะท้อน
เพียง “ความส�าเร็จในระดับพื้นที่” แต่ได้เปิดมุมมองใหม่ต่อ “บทบาทของ
ระบบประกันภัย” ในฐานะเครื่องมือเชิงนโยบายด้านความปลอดภัยทาง
7. การชะลอความเร็วทางหลวง 304 ช่วงหน้าเขตอุตสาหกรรม ถนนที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
่
่
กบินทร์บุรี จัดท�าแผนแก้ไขจุดเสียง เช่น สือสารการจราจรและชะลอ
ความเร็ว ตรวจจับความเร็วและบังคับใช้กฏหมายเข้มงวด
้
่
บทเรียนเชิงนโยบาย : จากพืนทีต้นแบบ
โครงการนี้จึงมิได้เป็นเพียงกิจกรรมรณรงค์ หากแต่คือ “ห้องปฏิบัติการ
เชิงนโยบาย” ที่สะท้อนการปรับบทบาทของส�านักงาน คปภ. สู่ “ผู้ขับเคลื่อน ค�าถามส�าคัญที่เกิดขึ้นจากโครงการต้นแบบจังหวัดปราจีนบุรี คือ
เชิงรุก” ที่ใช้ระบบประกันภัยเป็นพลังขับเคลื่อนสังคม สร้างความมั่นคง “เราจะท�าอย่างไรให้ผลลัพธ์ในพื้นที่ต้นแบบกลายเป็นความยั่งยืนของ
และยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ประเทศ?” และ “จะออกแบบกลไกเพื่อยกระดับบทบาทของส�านักงาน คปภ.
ในการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนได้อย่างไร?” ค�าตอบ
ของค�าถามเหล่านี้ได้สะท้อนผ่านบทเรียนเชิงนโยบายที่ส�าคัญ 3 ประการ
่
่
สัญญาณการเปลียนแปลง : สู่ “กลไกเชิงรุกเพือการป้ องกัน” ดังนี้
การด�าเนินโครงการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในหลายมิติ โดยมี 1. จาก “ความร่วมมือในโครงการ” สู่ “โครงสร้างความร่วมมือเชิงระบบ”
ข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนประสิทธิผลของมาตรการอย่างชัดเจนและ โครงการต้นแบบพิสูจน์ว่า “การบูรณาการความร่วมมือ” คือหัวใจ
น่าภาคภูมิใจ ดังนี้ ของความยั่งยืน การท�างานร่วมกันระหว่างส�านักงาน คปภ. ภาคธุรกิจ
ประกันภัย และหน่วยงานในพื้นที่ ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ขั้นต่อไป
่
มิติการเปลียนแปลงพฤติกรรม : จากความตระหนักสู่การลงมือปฏิบัติ จึงควรมุ่งสร้างความร่วมมือ ในรูปของ คณะท�างานประจ�าจังหวัดด้าน
สื่อรณรงค์ของโครงการได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง โดย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและความปลอดภัยทางถนน โดยให้
ร้อยละ 84 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า “เคยเห็นหรือได้ยินสื่อรณรงค์” ส�านักงาน คปภ. ท�าหน้าที่เป็น “กลไกกลางเชิงยุทธศาสตร์” เชื่อมโยงข้อมูล
และร้อยละ 76 เห็นว่าสื่อมีเนื้อหาชัดเจน เข้าใจง่าย และกระตุ้นความสนใจ มาตรการ และการด�าเนินงานกับหน่วยงานหลักด้านความปลอดภัย เช่น
ได้จริง ผลการติดตามในสถานศึกษาที่จัดกิจกรรม Road Safety Week ศูนย์อ�านวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ของแต่ละจังหวัด
พบว่าอัตราการสวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 12 และความตั้งใจ เพื่อสร้างความต่อเนื่องและการขับเคลื่อนร่วมกันในระยะยาว
ครบรอบ 18 ปี
สำ�นักง�นคณะกรรมก�รกำ�กับและส่งเสริม ก�รประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

