Page 119 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 119
117
บทน�า
อุบัติเหตุทางถนนคือ “วิกฤตซ่อนเร้น” ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต เศรษฐกิจ และโครงสร้างสังคมของประเทศมาอย่างยาวนาน แม้ประเทศไทยจะมี
พัฒนาการในหลายด้าน แต่อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งคิดเป็นกว่าร้อยละ 80 และ
ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุ 15–29 ปี อันเป็นก�าลังส�าคัญของประเทศ ส�านักงานคณะกรรมการก�ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (ส�านักงาน คปภ.)
ตระหนักถึงบทบาทของ “ระบบประกันภัยภาคบังคับ” ในการสร้างความมั่นคงและคุ้มครองชีวิตประชาชน จึงมุ่งใช้ระบบประกันภัยเป็น “กลไก
เชื่อมโยง” ระหว่าง การป้องกันอุบัติเหตุ และ การเยียวยาผู้ประสบภัย เพื่อให้เกิดผลในเชิงระบบอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ ส�านักงาน คปภ.
โดยกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย จึงริเริ่มด�าเนิน “โครงการสร้างพื้นที่ต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนนและการรณรงค์ประกันภัยรถภาคบังคับ
ปี 2568” ในจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อพัฒนาแนวทางเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Action) และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน มุ่งสู่
เป้าหมาย “สังคมปลอดภัย ภายใต้ระบบประกันภัยภาคบังคับที่ทุกคนเข้าถึงได้”
่
้
่
สถานการณ์ความเสียงและความท้าทายในพืนทีต้นแบบ : จังหวัดปราจีนบุรี
การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนไม่อาจอาศัยเพียงมาตรการทาง
กฎหมาย หรือการบังคับใช้โดยเจ้าหน้าที่เท่านั้น หากต้องพึ่งพา “กลไก
เชิงระบบ” ที่มีความต่อเนื่อง และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
โดยเฉพาะระบบประกันภัยภาคบังคับซ้ึ่งมิได้จ�ากัดอยู่เพียงการเยียวยา
หลังเกิดเหตุ หากแต่เป็น “เครื่องมือเชิงรุก” ที่ช่วยลดความเสี่ยง ป้องกัน
ความสูญเสีย และสร้างความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว การด�าเนิน
โครงการสร้างพื้นที่ต้นแบบ ในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ปราจีน ยืนหนึ่ง
ถนนปลอดภัย อุ่นใจด้วยการประกันภัย” จึงเกิดขึ้นเพื่อศึกษาวิเคราะห์และ
พัฒนามาตรการเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา
และภาคประชาชน ในจังหวัดปราจีนบุรี ให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่สามารถ
ขยายผลสู่จังหวัดอื่นได้ในอนาคต
ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า จังหวัดปราจีนบุรีมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
ทางถนนสูงกว่าเป้าหมายถึงร้อยละ 18.83 หรือ 183 ราย จากเป้าหมาย
154 ราย โดยกว่าร้อยละ 90 ของผู้เสียชีวิตกระจุกตัวอยู่ใน 4 อ�าเภอหลัก
ได้แก่ เมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ กบินทร์บุรี และนาดี ซ้ึ่งร้อยละ 70 เป็น
่
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ พบพฤติกรรมเสี่ยงส�าคัญ ได้แก่ ร้อยละ 39 ขับเคลือนเชิงรุก : สร้างต้นแบบความปลอดภัยทางถนน
ของผู้เสียชีวิตไม่มีประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กลุ่มเยาวชนอายุ 15–19 ปี ด้วยระบบประกันภัยภาคบังคับ
ร้อยละ 84 ไม่สวมหมวกนิรภัย และร้อยละ 92 ไม่มีใบขับขี่ ขณะที่กลุ่มแรงงาน
ร้อยละ 64 ไม่สวมหมวกนิรภัย และร้อยละ 84 ไม่มีใบขับขี่ นอกจากนี้ ส�านักงาน คปภ. ด�าเนินโครงการดังกล่าวในระยะเวลา 9 เดือน
ลักษณะพื้นที่เสี่ยงยังแตกต่างกันอย่างมีนัยส�าคัญ โดยอ�าเภอเมือง (เมษายน–ธันวาคม 2568) เพื่อพิสูจน์บทบาทของ “ระบบประกันภัย
ปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ และกบินทร์บุรี มีอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก ภาคบังคับ” ในฐานะกลไกเชิงรุกเพื่อชีวิตที่มั่นคง โดยมีเป้าหมายส�าคัญ
รถจักรยานยนต์ ส่วนอ�าเภอนาดีพบอุบัติเหตุจากรถบรรทุกและรถโดยสาร 3 ประการ ได้แก่ ยกระดับ ความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่เสี่ยงสูงให้เป็น
บนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงทางขึ้น–ลงเขา จึงจ�าเป็นต้องใช้แนวทาง รูปธรรมและต่อเนื่อง ส่งเสริม ให้ประชาชนท�าประกันภัยรถภาคบังคับ
“เฉพาะพื้นที่” (Place-based Approach) เพื่อออกแบบมาตรการที่ เพิ่มขึ้น เพื่อให้ความคุ้มครองเข้าถึงทุกกลุ่มประชาชน และ สร้างต้นแบบ
เหมาะสมกับบริบทของแต่ละอ�าเภอ เป้าหมายคือการลดอัตราการเสียชีวิต การบูรณาการระหว่างภาคอุตสาหกรรมประกันภัยกับหน่วยงานภาคี
ให้เหลือไม่เกิน 17.33 คนต่อประชากรแสนคนภายในปี 2570 น�าปราจีนบุรี เครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อใช้เป็นแนวทางขยายผล
ก้าวสู่ “จังหวัดต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน” ที่มีระบบประกันภัย ในระดับประเทศ
เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนสู่สังคมปลอดภัย

