Page 191 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 191

189





            นอกจากนี้ ภูมิรัฐศาสตร์ภูมิอากาศท�าให้ประเทศไทยต้องเผชิญ
        การแข่งขันด้านทรัพยากรน�า พลังงาน และพื้นที่การเกษตร เช่น การบริหาร
        น�าในลุ่มน�าโขงที่มีผลต่อเกษตรกรในไทยตอนบนโดยตรง ขณะที่ฝั ่ งภาคใต้
        ต้องรับมือกับภัยพายุเขตร้อนและระดับน�าทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อธุรกิจ
        ประกันภัยพืชผลและทรัพย์สินชายฝั ่ งในภาคเกษตรกรรม โดยจากรายงาน
        ของส�านักงานเศรษฐกิจการเกษตร (OAE) ในปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทย
        มีพื้นที่เกษตรกว่า 64 ล้านไร่ และมีครัวเรือนเกษตรกรกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน
        โดยพื้นที่ส่วนใหญ่พึ่งพาน�าฝนเป็นหลักและมีความเปราะบางต่อความ
        แปรปรวนของฤดูกาล  อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยจึงมุ่งเน้น
        การยกระดับ “ภูมิคุ้มกันทางภูมิอากาศ (Climate Resilience)”
        ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการคาดการณ์อากาศ และการส่งเสริมระบบ
        ประกันภัยพืชผลผ่านโครงการประกันภัยพืชผลที่ต้องได้รับความร่วมมือ
        จากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน

            ในด้านภัยพิบัติแผ่นดินไหว จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในภาคเหนือ
        ปี 2568 ซึ่งมีศูนย์กลางที่จังหวัดเชียงรายและส่งผลกระทบถึงเชียงใหม่
                                                                              ่
        และพะเยา (ตาม ภาพที่ 3: จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา)       (ภาพที 3: จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา)
        เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่ไม่
        เคยถูกจัดอยู่ใน “เขตเสี่ยงสูง” มาก่อน ขณะเดียวกันพื้นที่กรุงเทพมหานคร
        และปริมณฑลเผชิญปัญหาดินอ่อนและการทรุดตัวของพื้นดิน
        (Subsidence) ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงของอาคารสูงและโครงสร้าง   กล่าวโดยสรุป ภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิอากาศไม่เพียงเป็นปัจจัยทาง
        พื้นฐาน โดยรายงาน “Natural Hazards in Bangkok v1.0 (AIT,   ธรรมชาติ แต่เป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับระบบประกันภัย
        2024)” ระบุว่าพื้นที่ราว 62% ของกรุงเทพฯ มีอัตราการทรุดตัวมากกว่า     โดยตรง ทั้งในด้านความเสี่ยง การก�าหนดอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
        10  มิลลิเมตรต่อปี  ท�าให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบประปา  รถไฟฟ้า  และ   การจัดการข้อมูล และการพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เพื่ อรองรับ
        โครงสร้างใต้ดิน สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้กรุงเทพฯ จะอยู่ในพื้นที่   ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ การสร้างระบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและ
        ความเสี่ยงต�าด้านแผ่นดินไหว แต่การสั่นสะเทือนจากระยะไกลสามารถ   เชื่อมโยงกับข้อมูลภูมิอากาศแบบเรียลไทม์  จึงเป็นภารกิจส�าคัญที่สมาคม
        ขยายผลกระทบได้มากกว่าที่คาดคิด หากโครงสร้างอาคารไม่ได้ออกแบบ   ประกันวินาศภัยไทย และภาครัฐต้องด�าเนินการร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไทย
        ตามมาตรฐาน แผ่นดินไหวจึงเป็นภัยที่อุตสาหกรรมประกันภัยต้องให้   สามารถใช้ระบบประกันภัยเป็นกลไกเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ
        ความส�าคัญอย่างมีนัยส�าคัญ  โดยเฉพาะการประกันภัยทรัพย์สิน (Property    และสังคมในยุคภูมิรัฐศาสตร์ภูมิอากาศได้อย่างแท้จริง
        Insurance) และประกันภัยอาคารสูง (High-Rise Building Insurance)
        เนื่องจากต้องประเมินความเสี่ยงจากแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ที่เคยถือว่า
        ปลอดภัย การทบทวนแบบจ�าลองความเสี่ยงแผ่นดินไหวจึงเป็นสิ่งจ�าเป็น
        อย่างยิ่ง โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทย อยู่ระหว่างศึกษาแบบจ�าลอง
        แผ่นดินไหวประเทศไทย (Thai Earthquake Model) ให้สอดคล้องกับ
        ข้อมูลธรณีวิทยาใหม่และมาตรฐานวิศวกรรมอาคาร เพื่อให้บริษัทประกัน
        สามารถค�านวณเบี้ยประกันภัยที่สะท้อนความเสี่ยงจริงได้อย่างมี
        ประสิทธิภาพ





           ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวกับปัจจัยทางการเมืองและผลต่อการประกันภัย




            ปัจจัยทางการเมืองเป็นองค์ประกอบส�าคัญที่ส่งผลต่อระบบการค้า การลงทุน และการประกันภัย โดยเฉพาะในประเทศที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออก
        อย่างประเทศไทย จากความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2567–2568 ซึ่งมีการใช้ก�าลังทหารและอาวุธ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อ
        ทรัพย์สินและชีวิตของพลเรือน ทั้งยังส่งผลให้บริษัทประกันภัยต้องพิจารณาความคุ้มครองภัยสงคราม (War Risk Exclusion) อย่างละเอียดมากขึ้น
        เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยมาตรฐานมักไม่ครอบคลุมความเสียหายจาก “การปฏิบัติการทางทหารหรือสงคราม” ตามหลักเกณฑ์ของ ABI Form
        แต่ในอีกมิติหนึ่ง สงครามทางการเมืองยังส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเส้นทางการค้าและความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยการส่งออกไทยในไตรมาส 2
        ปี 2568 ลดลง 4.3% จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักอาจมาจากความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียและต้นทุนขนส่งทางทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งมีผลโดยตรง
        ต่อเบี้ยประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเลและการประกันภัยเรือ (Hull  & Machinery) โดยเฉพาะเหตุการณ์ไฟไหม้เรือสินค้าขนาดใหญ่ เช่น กรณี
        “เรือ Dali Incident (2567)” ในสหรัฐอเมริกา ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้จุดประเด็นส�าคัญเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
        ของเรือและความเสี่ยงจาก ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งท�าให้บริษัทประกันภัยทั่วโลกต้องปรับมาตรฐานการประเมินเรือ
        (Vessel Risk Assessment) และเพิ่มเบี้ยในเส้นทางที่มีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงคุณภาพต�า
   186   187   188   189   190   191   192   193   194   195   196