Page 43 - รายงานวิจัยร้านยาหมอหวาน
P. 43
34
ต่อมาในพ.ศ. 2472 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการออกกฎเสนาบดี และ
กำหนดกรอบวิชาชีพทางการแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. ประเภทแผนปัจจุบัน คือ ผู้ประกอบโรคศิลปะโดยความรู้จากตำราอันเป็นหลักวิชาโดยสากลนิยม ซึ่ง
ดำเนินด้วยวิธีการศึกษาตรวจค้น และทดลองของผู้รู้ในทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลก
2. ประเภทแผนโบราณ คือ ผู้ประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยความสังเกต ความชำนาญอันได้บอกเล่าต่อกัน
มาเป็นที่ตั้ง หรืออาศัยตำราอันมีมาแต่โบราณ มิได้ดำเนินการทางวิทยาศาสตร์
กระนั้นเองแม้การแพทย์แผนไทยถูกออกจากระบบ ทว่าการผลิตยาโดยกองโอสถศาลา 10 ขนาน ยังคง
ผลิตอยู่ตามเดิม จนกระทั่งยกเลิกการผลิตยาไทยใน พ.ศ. 2474 ทั้งนี้การพัฒนาสมุนไพรที่สืบเนื่องต่อมาจึงเป็นการ
พัฒนาในเชิงเป็นยาที่ใช้ในการแพทย์ตะวันตกต่อมาอย่างสืบเนื่อง
ต่อมาในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัฐบาลได้ให้ความสนใจกับ
การแพทย์แผนไทยยิ่งขึ้น โดยเมื่อ พ.ศ. 2483 ได้ตั้งโรงงานเภสัชกรรมอย่างเป็นทางการ และตั้งกระทรวง
สาธารณสุขขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2485 อีกทั้งต่อมาเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว
ศาสตราจารย์นายแพทย์อวย เกตสิงห์ ทำการวิจัยสมุนไพรสำหรับใช้รักษาโรคบิดและไข้มาเลเรียที่โรงพยาบาล
สัตหีบ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ยาแบบตะวันตกยังคงขาดแคลน ทางรัฐบาลไทยจึงเล็งเห็นถึง
ความสำคัญของสมุนไพรไทย จึงมีนโยบายให้โรงงานเภสัชกรรมนำสมุนไพรมาผลิตเป็นยารักษาโรค โดยมี
ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์เลอร์ ชาวเยอรมัน ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรจากบริษัทไบเยอร์ เข้ามาทำการวิจัยสมุนไพรไทยเพื่อ
ผลิตเป็นยารักษาโรคและสร้างสวนสมุนไพรที่ ตำบลบ้านอ่าง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี รวมทั้งได้รวบรวม
57
สรรพคุณยาไทยซึ่งได้จัดทำการวิจัยแล้วเกือบ 400 ชนิด จัดพิมพ์เป็น 2 ภาษา ต่อมาใน พ.ศ. 2481 มีโครงการ
ทดลองปลูกต้นซิงโคนาเพื่อสกัดควินนินที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นความพยายามที่จะทำการผลิตยาแผนตะวันตก
จากสมุนไพร แต่ต้องล้มเลิกไปในที่สุด ต่อมาเมื่อการผลิตยาแบบตะวันตกกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้สมุนไพร
และการแพทย์แผนไทยลดบทบาทลงไป
จนกระทั่งต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อพ.ศ. 2494 พระองค์ทรง
เสด็จฯ ไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) และทรงพระราชปรารภ มีใจความว่า วัดโพธิ์เป็นแหล่ง
รวบรวมตำราแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว เหตุใดจึงไม่จัดให้มีโรงเรียนสอนการแพทย์แผนไทยในวิชาเวชกรรม ผดุงครรภ์
57 เสาวภา พรสิริพงษ์ และพรทิพย์ อุศุภรัตน์, บรรณาธิการ, การบันทึกและการถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์แผนไทย
, 53.