Page 228 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 228
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
การศึกษาการผลิตวัตถุ หรือเปลี่ยนจากโลหะพื้นฐาน ให้กลายเป็นเครื่องมือ การศึกษาทางด้านโบราณโลหะวิทยาในประเทศไทย
เครื่องใช้ หรือเครื่องประดับ (secondary metal production) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับวิธี ความสนใจเรื่องของโบราณโลหะวิทยาในประเทศไทยพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน
การขึ้นรูป และการตกแต่งวัตถุ จากหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้อง เช่น พื้นที่ จากผลการศึกษาทางโบราณคดีที่ แหล่งโบราณคดีโนนนกทา อ�าเภอภูเวียง จังหวัด
ท�างาน ที่อาจพบร่องรอยของเตาที่ใช้ส�าหรับหลอม หรือตีโลหะ (hearth) ท่อลม ขอนแก่น ในระหว่างพ.ศ. ๒๕๐๘ – ๒๕๑๑ (เช่น Bayard 1971; Bayard and
ที่สูบลม ตะกรัน เบ้าหลอม แม่พิมพ์ (mould) เศษโลหะ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ Solheim n.d.) และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อ�าเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ในช่วงพ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๑๘ (เช่น White 1982) การขุดค้นที่แหล่งโบราณคดี
อย่างไรก็ดีหลักฐานที่กล่าวมาข้างต้นนั้นอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการผลิตโลหะ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ทั้งสองแห่งนี้พบโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการผลิต และ
แต่ละชนิด หรือเทคโนโลยี และกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้การศึกษา ใช้โลหะ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับโลหะส�าริด (bronze) เช่น เบ้าหลอม แม่พิมพ์ เครื่อง
วิเคราะห์ยังสนใจหลักฐานประเภทอื่นที่แสดงถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น พื้นที่ มือ และเครื่องประดับ และเครื่องมือที่ท�าจากเหล็ก โดยผู้ขุดค้นเสนอว่าเป็นหลัก
เก็บโลหะ เครื่องมือ หรือวัสดุอุปกรณ์ หรือพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มช่าง เป็นต้น ฐานที่แสดงถึงการใช้ส�าริดรุ่นแรกในประเทศไทย ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเกิดมาจาก
ทั้งนี้การจะแปลความภาพอดีตของมนุษย์จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ ผลการก�าหนดอายุหลักฐานที่อาจเก่าถึง ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว (Bayard 1971, 1972;
เกี่ยวข้องกับโลหะนี้จ�าเป็นต้องเริ่มต้นจากการท�าความเข้าใจหลักฐานทาง Higham 1996, 12) ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่วงการโบราณคดีระดับโลก ซึ่งก�าลัง
โบราณคดีประเภทดังกล่าวก่อน เพื่อใช้ผลการศึกษาหลักฐานเหล่านี้มาตอบค�าถาม ถกเถียงในประเด็นก�าเนิดและพัฒนาการของเทคโนโลยีด้านต่างๆ รวมถึงการใช้
เชิงเทคนิค และสังคมวัฒนธรรม ร่วมกับข้อมูลประเภทอื่นๆ เช่น สิ่งแวดล้อม โลหะสมัยโบราณด้วย
โบราณ สภาพสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสมัยโบราณ เป็นต้น โดยข้อมูล ข้อเสนอดังกล่าวเป็นผลให้เกิดการค้นคว้าอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจสอบความ
ด้านโลหะวิทยานี้ได้จากการศึกษาหลักฐานด้วยวิธีทางโบราณคดี เช่น การส�ารวจ เป็นไปได้ของข้อเสนอดังกล่าว ท�าให้มีการขุดค้นแหล่งโบราณคดีเพิ่มเติม การ
และขุดค้นทางโบราณคดี การจัดจ�าแนกรูปแบบ (typological study) และการ ก�าหนดอายุหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้อง และการตรวจสอบค่าอายุเดิม และ
ศึกษาเปรียบเทียบ (comparative study) ผสานกับการใช้วิธี และเครื่องมือทาง การศึกษาเปรียบเทียบข้ามวัฒนธรรม หรือพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลทางโบราณคดีใน
วิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์หลักฐาน ซึ่งวิธีการวิเคราะห์ในงานโบราณโลหะวิทยา ปัจจุบันชี้ว่าการใช้โลหะรุ่นแรกในดินแดนประเทศไทยอาจไม่เก่าไปถึง ๕,๐๐๐ ปี
นี้สามารถแบ่งเป็นหลายระดับจากเบื้องต้นไปถึงซับซ้อน โดยข้อมูลที่ได้จากแต่ละ มาแล้ว แต่มีอายุในช่วงราว ๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว (White and Hamilton 2013) หรือ
วิธีจะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน ช่วยให้สามารถตอบค�าถามได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้ ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว (Higham et al. 2015) เท่านั้น
การวิเคราะห์ระดับมหภาค (macroscopic analysis) โดยใช้การวิเคราะห์ด้วย ผลของการท�างานทางโบราณคดีของแหล่งโบราณคดีทั้งสองแห่งข้างต้นได้
ตาเปล่า (visual observation) ร่วมกับเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องมือใช้วัดขนาด กระตุ้นการถกเถียงทางวิชาการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเกี่ยวกับการใช้
วัตถุ เครื่องชั่งน�้าหนัก กล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอ (stereo microscope) หรือ โลหะแรกเริ่มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นแผ่นดินใหญ่ สร้างองค์ความรู้
เครื่องเอกซเรย์ (x-radiography) เป็นต้น ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ขั้นต้นเพื่ออธิบาย เรื่องเทคโนโลยีการผลิตวัตถุโลหะ (ดูอ้างอิงใน White 1982; Hamilton 2001; สุร
เกี่ยวลักษณะภายนอก เช่น ขนาด สี น�้าหนัก รูปทรง หรือร่องรอยต่างๆ หรือ พล นาถะพินธุ ๒๕๕๐) และที่ส�าคัญ คือ เป็นการกระตุ้นให้วงการโบราณคดีไทย
โครงสร้างระดับมหภาค (macrostructure) ที่ช่วยบอกถึงชนิดของโลหะ การผลิต สนใจศึกษาด้านโลหะกรรมสมัยโบราณมากขึ้นในเวลาต่อมา โดยมีตัวอย่างงาน
หรือการใช้งานในเบื้องต้น วิจัยส�าคัญ เช่น
การวิเคราะห์ระดับจุลภาค (microscopic analysis) ใช้เครื่องมือ เช่น
กล้องจุลทรรศน์ส�าหรับงานโลหะวิทยา (metallographic microscope) หรือกล้อง การศึกษาเทคโนโลยี และพัฒนาการของการผลิตวัตถุส�าริดยุคก่อนประวัติศาสตร์
จุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราด (scanning electron microscope หรือ SEM) ตอนปลาย จ�านวน ๒๗๖ ชิ้น จากแหล่งโบราณคดีหลายแห่ง เช่น บ้านเชียง โนนนกทา
เป็นต้น เพื่อตรวจสอบโครงสร้างระดับจุลภาค (microstructure) หรือเฟส (phase) โนนชัย บ้านนาดี และบ้านดอนตาเพชร เป็นต้น ด้วยวิธีการวิเคราะห์โครงสร้าง และ
ของโลหะ หรือที่เรียกว่าการวิเคราะห์โครงสร้างและองค์ประกอบของโลหะ (me- องค์ประกอบทางเคมี ซึ่งอาจถือเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาโบราณวัตถุประเภทส�าริด
tallography) และยังวิเคราะห์โบราณวัตถุอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ตะกรัน หรือ จ�านวนมากในประเทศไทย และสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภาชนะส�าริดที่มีส่วนผสม
ดินเผาที่ใช้ในกิจกรรมการผลิตโลหะ (technical ceramics) ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้ช่วย ของดีบุกสูงที่พบที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร จังหวัดกาญจนบุรี ในประเด็น
อธิบายให้ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการผลิต การใช้งาน คุณภาพ เป็นต้น การผลิต และการใช้ และเชื่อมโยงกับหลักฐานประเภทเดียวกันที่พบในประเทศจีน
การวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี (chemical compositional analysis) ใช้ และอินเดีย (Rajpitak and Seeley 1979; Rajpitak 1983)
เครื่องมือ เช่น การวิเคราะห์ธาตุเชิงคุณภาพ (qualitative) หรือเชิงปริมาณ (quantitative)
ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอนแบบส่องกราด ติดตั้งชุดเอกซเรย์สเปคโตรสโคปี การศึกษาทางด้านโลหกรรมทองแดงสมัยโบราณภายใต้โครงการโบราณโลหะ
แบบกระจายพลังงาน (energy dispersive x-ray spectroscopy หรือ EDS) หรือ วิทยาประเทศไทย (Thailand Archaeometallurgy Project หรือ TAP) (Pigott and
เครื่อง x-ray fluorescence เป็นต้น เพื่ออธิบายเกี่ยวกับปริมาณของธาตุที่อยู่ภายใน Natapintu 1990) เป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาทางด้าน
วัตถุที่วิเคราะห์ โบราณโลหะวิทยาโดยตรง อันเป็นความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย
จากที่กล่าวมาข้างต้นเห็นได้ว่าการศึกษาด้านโบราณโลหะวิทยาใช้แนวคิด และ เพนซิลวาเนีย น�าโดย Dr Vincent Pigott กับกรมศิลปากร น�าโดยสุรพล นาถะพินธุ นัก
วิธีการศึกษาของหลายศาสตร์ร่วมกัน เช่น โบราณคดี ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ โบราณคดี (ต�าแหน่งในขณะนั้น) เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับงานโลหกรรมทองแดงยุค
มานุษยวิทยา ธรณีวิทยา ภูมิศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ และวัสดุศาสตร์ เป็นต้น เพื่อให้ ก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายในประเทศไทย เช่น การท�าเหมือง และการถลุงทองแดง
ได้ข้อมูลหลายด้าน ทั้งทางด้านอายุสมัย เทคโนโลยี สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงกับโบราณวัตถุส�าริดจ�านวนมากที่ส�ารวจและขุดค้นพบในช่วงเวลาที่ผ่าน
และสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าประสงค์หลักของงานโบราณคดี คือ การสร้าง มา และช่วยอธิบายประเด็นการใช้ทองแดง และส�าริดแรกเริ่มในประเทศไทยที่เป็นข้อ
ภาพอดีต และอธิบายปรากฏการณ์ และการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ และสังคม ถกเถียงในช่วงเวลานั้น โดยท�าการส�ารวจ และขุดค้นแหล่งโบราณคดีภูโล้น จังหวัด
วัฒนธรรมได้ หนองคาย (ภาพที่ ๑) และในพื้นที่เขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี ที่เป็นพื้นที่เหมือง
และแหล่งผลิตทองแดงสมัยส�าริด และเหล็ก
228 ๒๒๘

