Page 128 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 128
เจริญวงศ์ ๒๕๓๐) และที่แหล่งโบรำณคดีโนนนกทำ อ ำเภอภูเวียง จังหวัด
ขอนแก่น (Bayard 1970, 1971) หลักฐำนดังกล่ำวนั้น มีทั้งเมล็ดข้ำวที่ถูกเผำ
ไฟกลำยเป็นถ่ำนและแกลบข้ำวที่ผสมในเนื้อดินที่ใช้ท ำภำชนะดินเผำ
โดยแกลบข้ำวนั้นมีผสมอยู่ในปริมำณมำกและสม ่ำเสมอจนแสดงว่ำน่ำจะได้มำ
จำกข้ำวที่คนจัดกำรเพำะปลูกดูแลมำกกว่ำจะเป็นข้ำวป่ำที่ขึ้นเองตำม
ธรรมชำติแล้วคนไปเก็บรวบรวมเอำมำ
วิธีกำรเพำะปลูกข้ำวในสมัยแรกสุดนั้นอำจท ำนำหว่ำนในลักษณะ
นำเลื่อนลอยในพื้นที่ลุ่มน ้ำขัง จวบจนต่อมำภำยหลังอีกนำน อำจเป็นได้ว่ำ
เมื่อเพียงรำว ๒,๕๐๐ – ๒,๗๐๐ ปีมำแล้ว จึงมีกำรปลูกข้ำวแบบนำด ำที่มีกำร
ท ำคันนำทดน ้ำ และน่ำจะมีกำรใช้ควำมเป็นสัตว์แรงงำนในกำรไถนำข้ำวด้วย
ในช่วงสมัยนี้ กำรติดต่อแลกเปลี่ยนสิ่งของและผลผลิตระหว่ำงชุมชน
ในภูมิภำคเดียวกันและต่ำงภูมิภำค ปรำกฏขึ้นอย่ำงกว้ำงขวำง เครื่องประดับ
ประเภทลูกปัดและก ำไลที่ท ำจำกเปลือกหอยทะเลที่พบเสมอๆ ตำมแหล่ง
โบรำณคดีสมัยนี้แสดงให้เห็นถึงกำรติดต่อระหว่ำงชุมชนชำยทะเลกับชุมชนใน
ภูมิภำคอื่นๆ ที่อยู่ห่ำงทะเล
เทคโนโลยีการท าเครื่องมือใช้สอย
ตำมแหล่งโบรำณคดีที่เป็นหมู่บ้ำนเกษตรกรรมสมัยก่อน
ประวัติศำสตร์มักพบโบรำณวัตถุประเภทเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ
ท ำจำกวัสดุนำนำชนิด เช่น หิน ดินเผำ กระดูก เปลือกหอยทะเล ฯลฯ
ช่วงสมัยนี้มีกำรท ำและใช้เครื่องมือหินรูปขวำนที่ท ำอย่ำงประณีต
โดยกำรขัดฝนจนเรียบทั่วทั้งชิ้น แม้ว่ำนักโบรำณคดีจะเรียกเครื่องมือประเภท
นี้โดยรวมๆ ว่ำ “ขวำนหินขัด” แต่ก็เป็นที่เข้ำใจตรงกันอย่ำงดีว่ำในบำงครั้งนั้น
เครื่องมือประเภทนี้สำมำรถใช้งำนได้สำรพัดประโยชน์ เช่นใช้ในลักษณะตัด
เฉือนแบบมีด หรือต่อด้ำมยำวเพื่อให้เป็นเสียมขุดดิน หรือต่อด้ำมไม้สั้นๆ
แล้วใช้เป็นสิ่ว ฯลฯ
[๑๑๗]

