Page 148 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 148
ในช่วงต้นคริสต์ศักรำช (รำวพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๗) อินเดียจึงหันไปซื้อ
ทองค ำจำกอำณำจักรโรมันท ำให้เศรษฐกิจของโรมันกระทบกระเทือน
จักรพรรดิโรมันจึงระงับไม่ให้ทองค ำออกนอกอำณำจักร อินเดียต้องหำที่ซื้อ
ทองแห่งใหม่จึงมุ่งมำทำงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเรียกดินแดนแถบนี้ว่ำ
“สุวรรณภูมิ”
แรงกระตุ้นส ำคัญอีกด้ำนหนึ่งที่ส่งเสริมให้กำรค้ำทำงเรือรุ่งเรืองขึ้น
คือในช่วงเวลำดังกล่ำวเป็นช่วงที่มีพัฒนำกำรด้ำนกำรเดินเรือและกำรต่อเรือ
ของชำวจีนและชำวอินเดีย อย่ำงไรก็ตำม การติดต่อค้าขายระหว่างชาว
อินเดียและประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มิได้รุ่งเรืองขึ้นจาก
พ่อค้าชาวอินเดียเพียงฝ่ ายเดียวเท่านั้นหากแต่ประชากรในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ก็มีบทบาทส าคัญเช่นกัน โดยเฉพาะการเดินเรือของ
ชาวอินโดนีเซียและชาวมลายูก็มีส่วนช่วยให้เกิดพัฒนาการทางการค้า
ขึ้นในภูมิภาคนี้
ในปัจจุบันแนวทางการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับดินแดน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคโบราณได้ยึดแนวใหม่นี้เป็นหลัก
พัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมของประชากรชาวอินเดียในยุค
โบราณ
เพื่อให้มองเห็นภำพที่กระจ่ำงชัดว่ำวัฒนธรรมอินเดียที่ชำวพื้นเมือง
ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลือกมำผสมผสำนกับวัฒนธรรมเดิมของ
พวกตนนั้นมีอะไรบ้ำง จ ำเป็นต้องกล่ำวถึงพัฒนำกำรทำงสังคมและวัฒนธรรม
ของประชำกรชำวอินเดียในยุคโบรำณโดยย่อ
จำกหลักฐำนด้ำนวรรณกรรมซึ่งส่วนใหญ่เขียนขึ้นในช่วงพุทธ
ศตวรรษที่ ๖ – ๗ เป็นต้นมำนั้นมักกล่ำวถึงเรื่องรำวของพ่อค้ำอินเดียที่
เดินทำงไปค้ำขำยติดต่อกับประชำกรที่อยู่ต่ำงแดน ทั้งด้ำนตะวันตกและ
ตะวันออก ตั้งแต่ช่วงต้นพุทธกำลถึงสมัยก่อนรำชวงศ์โมริยะ (๖๐๐ – ๔๐๐ ปี
ก่อน ค.ศ.) และในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๓ (๓๐๐ ปีก่อน ค.ศ.) พระเจ้ำอโศก
[๑๓๗]

