Page 23 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 23
นอกจำกนี้ถ้ำพิจำรณำกำรแบ่งยุคประวัติศำสตร์ออกเป็นสมัยย่อยๆ
ข้ำงต้น เรำอำจถือได้ว่ำ สมัยประวัติศาสตร์ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้น
ราวๆ ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๒ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่นักโบรำณคดี นักอ่ำน
จำรึกโบรำณ รวมทั้งนักประวัติศำสตร์ส่วนใหญ่ (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) ยอมรับ
เพรำะถือว่ำหลักฐำนที่เป็นลำยลักษณ์อักษรที่เก่ำที่สุดในประเทศไทยคือจำรึก
ซึ่งมีอำยุอยู่ในรำวๆ ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงแม้ว่ำจำรึกเหล่ำนี้จะไม่ใช่จำรึก
ภำษำไทย ไม่ใช่จำรึกที่ใช้ตัวอักษรไทย และเนื้อหำในจำรึกก็ไม่ให้ควำม
กระจ่ำงเกี่ยวกับบ้ำนเมืองสมัยประวัติศำสตร์ตอนต้นในประเทศไทยมำกนัก
แต่จารึกเหล่านี้ก็เป็นหลักฐานส าคัญที่แสดงว่าชุมชนโบราณที่เจริญขึ้น
บนดินแดนอันเป็นที่ตั้งประเทศไทยปัจจุบันในราวต้นพุทธศตวรรษที่
๑๒ นั้นรู้จักใช้ตัวอักษรหรือมีการบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
นอกจำกนี้ถ้ำพิจำรณำถึงเนื้อหำของจำรึกในกลุ่มนี้บำงหลักได้ดี
ก็พอจะท ำให้ทรำบถึงเหตุกำรณ์บ้ำนเมืองที่เจริญขึ้นบนแผ่นดินไทยใน
ช่วงเวลำนั้นได้บ้ำง เช่นจำรึกเยธัมมำฯ ภำษำบำลีที่พบมำกในสมัยทวำรวดี
นั้น ท ำให้ทรำบว่ำบ้ำนเมืองโบรำณในสมัยทวำรวดีซึ่งมีศูนย์กลำงอยู่ในบริเวณ
ภำคกลำงของไทยคงจะนับถือศำสนำพุทธิลัทธิหินยำนเป็นศำสนำหลัก จำรึก
ของพระเจ้ำมเหนทรวรมันที่พบในบริเวณภำคตะวันออกเฉียงเหนือหลำยหลัก
ท ำให้ทรำบว่ำในรำวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ บ้ำนเมืองที่เจริญขึ้นในภำคตะวันออก
และตะวันออกเฉียงเหนือหลำยแห่งมีควำมสัมพันธ์เกี่ยวข้องทำงกำรเมืองกับ
อำณำจักรเขมรโบรำณในสมัยก่อนเมืองพระนคร เป็นต้น
การก าหนดอายุและการแบ่งยุคกึ่งก่อนประวัติศาสตร์หรือยุคหัวเลี้ยว
ประวัติศาสตร์ในประเทศไทย
ในกรณีที่แบ่งยุคสมัยทำงประวัติศำสตร์ในประเทศไทยออกเป็น
๓ ยุค โดยเพิ่มยุคกึ่งก่อนประวัติศำสตร์หรือยุคหัวเลี้ยวหัวต่อประวัติศำสตร์
คั่นไว้ระหว่ำงยุคก่อนประวัติศำสตร์และยุคประวัติศำสตร์ ก็มีแนวคิดในกำร
[๑๒]

