Page 140 - วัชรยานยันตระ
P. 140
จารึก 2 หลัก ระบุศักราช พ.ศ. 1321 และ 1325 กล่าวถึง การสร้าง
วัดถวายแด่เทพีตาราที่กาละสัน อีกหลักหนึ่งกล่าวถึง การสร้างรูปเคารพ
พระโพธิสัตว์มัญชุศรีที่เกลุรัก (Kelurak) โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์
อันมีคุรุกุมารโฆษะ ชาวเมืองเคาฑะ (Gauda) เป็นแรงบันดาลใจ
จารึกที่ระบุ พ.ศ. 1367 กล่าวถึง การก่อสร้างศาสนสถานโดย
พระเจ้าษะมารตุงคะ แม้จารึกจะช ารุด แต่ก็พอได้ความว่ากล่าวถึง อาคารที่
แบ่งเป็น 10 ส่วน เลข 10 มีความหมายถึงพัฒนาการ 10 ขั้น ที่พระโพธิสัตว์
จะผ่านสู่การเป็นพระพุทธเจ้า (ทศภูมิ – ทศบารมี) จารึกอีกชิ้นหนึ่งจารึกใน
พ.ศ. 1385 เมื่อพระราชินีศรีกหุลุนัน (Sri Kahulunan) อุทิศทรัพย์เพื่อดูแล
พุทธสถานชื่อ ภูมิสัมภระ หมายถึง “ การสะสมบุญและบารมี 10 ประการ”
อย่างไรก็ตามเราก็ไม่อาจกล่าวได้อย่างเต็มที่ว่า จารึกทั้งสองนี้หมายถึง
บุโรพุทโธ
3.3.2. คัมภีร์พุทธศาสนาวัชรยานในชวาโบราณ
คัมภีร์สัง-ยัง-กามาหายนิกัน(ตะ) (Sang Hyang Kamaha
yanikan)
ต าราหรือคัมภีร์ที่ส าคัญของพุทธศาสนามหายานสกุล
วัชรยานของอินโดนีเซีย ชื่อ สัง-ยัง- กามาหายนิกัน(ตะ) (Sang Hyang
Kamahayanikan) (อมรา ศรีสุชาติ ได้อธิบายว่า น่าจะมาจากศัพท์
่
กาม+อหายนะ+อิกะ+อันตะ = กามาหายนิกัน(ตะ)) ซึ่งพระเถระฝาย
มหายานนามว่า “สัมภรสูรยวรณะ” แต่งขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1468 -1493 เป็น
ภาษาสันสกฤต ผู้แต่งน ามาจากมหาไวโรจนะ-สูตร ซึ่งคงแพร่หลายอยู่ใน
ชวาและสุมาตราในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14 เนื้อหากล่าวถึง พระธยานิพุทธ
ไวโรจนะ หรือแสงแห่งสากลจักรวาล (Universal Light) พระไวโรจนะเป็นชื่อ
หนึ่งของพระพุทธเจ้า หรือที่ตันตระ (พุทธลึกลับ) เชื่อว่าพระพุทธเจ้าเป็น
เพียงการปรากฏรูปกายหนึ่ง (นิรมานกาย) ของพระไวโรจนะ เพื่อประโยชน์
130

