Page 136 - วัชรยานยันตระ
P. 136
อี้จิ้งได้เขียนในบันทึกการเดินทางว่า ขณะนั้นศรีวิชัยเป็นศูนย์กลาง
การศึกษาพระพุทธศาสนาที่ส าคัญแห่งหนึ่ง มีภิกษุจากชาติต่างๆมาศึกษา
พุทธศาสนานับหมื่นองค์ ท่านแนะว่าผู้แสวงบุญควรมาศึกษาภาษาสันสกฤต
(และพุทธศาสนาเบื้องต้น) ที่นี่ก่อนเดินทางไปอินเดีย อี้จิ้งยังกล่าวอีกว่า
่
ขณะนั้นพระพุทธศาสนานิกายสรวาสติวาท ซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝาย
หินยานที่ใช้ภาษาสันสกฤตเป็นที่แพร่หลายทั่วไปแถบทะเลใต้ (Suleiman,
่
1980: 2) เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนาฝายมหายาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พระพุทธศาสนามหายานแบบวัชรยานตันตระที่เจริญอยู่ในสมัยราชวงศ์
ปาละก็ได้เข้ามาเจริญในประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้งยังกล่าวว่า ได้พบคัมภีร์
โยคาจาริยภูมิศาสตร์ของพระอสังคะ ผู้ก่อตั้งนิกายโยคาจาระที่ศรีวิชัยด้วย
(สุภัทรดิศ ดิศกุล, 2549: 38 ; Coedes, 1948: 146)
ปลายพุทธศตวรรษที่ 13 พระพุทธศาสนามหายานเฟื่องฟูมาก
ด้วยการอุปถัมภ์ของราชวงศ์ไศเลนทร์ผู้ปกครองดินแดนส่วนใหญ่
ั
ซึ่งปจจุบัน คือ ประเทศอินโดนีเซีย กษัตริย์แห่งไศเลนทร์มีความสัมพันธ์
ใกล้ชิดกับพระเจ้าเทวปาละ ซึ่งเป็นกษัตริย์ปาละแห่งเบงกอล และพระเจ้า
ราชาราชะแห่งราชวงศ์โจฬะ ซึ่งสัมพันธ์กับการสร้างศาสนสถานโดย
ั
ราชวงศ์ไศเลนทร์ที่นาลันทาและนาคปตตินัม (Majumdar, 1979: 197-199)
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 14 ซึ่งเป็นช่วงที่พุทธสถานบุโรพุทโธ
ถูกสร้างขึ้น พระพุทธศาสนาในอินโดนีเซียเป็นพระพุทธศาสนาแบบวัชรยาน
ตันตระที่มีแนวคิดทฤษฎีที่เปลี่ยนไปจากมหายานแต่เดิมมาก ตอนปลาย
้
พุทธศตวรรษที่ 14 วัชรยาน หรือยานแห่งสายฟา (รวมถึงกาลจักรยาน)
ซึ่งมีหลักการในการน าไปสู่การหลุดพ้นโดยเร็วด้วยวิธีการแบบตันตระได้
กลายเป็นที่นิยมในชวาภาคกลางและในสุมาตรา
วัชรยานซึ่งก าเนิดขึ้นทางภาคตะวันออกของอินเดียมีรากฐานมา
จากโยคาจาระอันมีศูนย์กลางอยู่ที่นาลันทา ผู้ที่น าลัทธินี้มาเผยแพร่แผ่ใน
ดินแดนแถบนี้คือ “วัชรโพธิ” อาจารย์แห่งนิกายโยคาจาระ ซึ่งระหว่างทางที่
126

