Page 134 - วัชรยานยันตระ
P. 134
ตัวอย่างหลักฐานโบราณคดีที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่
แสดงให้เห็นอิทธิพลดังกล่าวที่มีอายุเก่าสุด คือ พระพุทธรูปอมราวดีที่พบใน
ประเทศไทย เมียนมา เวียดนาม (จัมปา) สุมาตรา ชวา และเกาะซีลีเบส
ส่วนในสมัยหลังลงมา คือ พระพุทธรูปที่มีลักษณะศิลปะสกุลช่างคุปตะ-หลัง
คุปตะ ในพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 (เช่น พระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท
และพระโพธิสัตว์) รวมถึงประติมากรรมและพระพิมพ์ศิลปะปาละ (พุทธ
ศตวรรษที่ 13 - 14) ได้ส่งอิทธิพลให้กับประติมากรรมในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้อย่างชัดเจน
ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 18 อินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เนื่องมาจากเหตุผลหลาย
ประการ เช่น การค้า การเผยแผ่ศาสนา การขยายอ านาจทางการปกครอง
ั
ประกอบกับปจจัยอื่นๆ ที่เอื้ออ านวย เช่น เทคโนโลยีในการเดินเรือ ท าให้
พบหลักฐานโบราณคดีที่แสดงถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวชัดเจนขึ้น
ในด้านพระพุทธศาสนา เป็นที่ทราบแล้วว่าในช่วงเวลาดังกล่าว
ประเทศอินเดียตรงกับช่วงสมัยคุปตะต่อด้วยสมัยปาละ พุทธศาสนายังคง
รุ่งเรืองอยู่ แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วนของคติความเชื่อหรือแนวคิด
่
คือ ในสมัยปาละพระพุทธศาสนาฝายมหายานรุ่งเรืองมากและพัฒนาไปสู่
การเกิดแนวคิดของพุทธตันตระขึ้น และด้วยแรงผลักดัน-จูงใจในการ
เผยแพร่ลัทธินิกายใหม่ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ท าให้พุทธตันตระแพร่หลายมาสู่
ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็วและชัดเจน
3.2 วัชรยานในอินโดนีเซีย (Vajrayana in Indonesia)
ก่อนพุทธศตวรรษที่ 9 พระพุทธศาสนายังไม่แพร่หลายนักใน
่
อินโดนีเซีย ดังเช่นที่พระภิกษุฝาเสียน กล่าวไว้ในบันทึกการเดินทางของ
ท่านว่า ชวาในช่วงนั้นยังมีร่องรอยของพระพุทธศาสนาเพียงเล็กน้อย
(เพราะศาสนาพราหมณ์มีบทบาทส าคัญ) ในพุทธศตวรรษที่ 10 คุณวรรมัน
124

