Page 276 - วัชรยานยันตระ
P. 276
ในขณะที่ Pia Conti กล่าวว่าบุคคลตรงกลางในภาพที่มี 3 เศียร
8 กร เต้นร าอยู่บนหัวช้างนั้นน่าจะเป็น “จักรสังวระ” (Cakrasamvara) (หรือ
ไตรโลกยวิชยะ?) (Conti, 2014: 387) โดยให้ค าอธิบายว่าลักษณะที่ค่อนข้าง
ชัดเจนที่ชี้ว่าน่าจะเป็นจักรสังวระ คือหนังช้างที่อยู่ด้านหลัง แต่รูปจักรสังวระ
ที่เป็นศิลานี้ก็แทบไม่พบในเขมร
อย่างไรก็ตามลักษณะที่ปรากฏในทับหลังชิ้นนี้ก็ไม่ตรงตามที่กล่าว
ไว้ในคัมภีร์ทั้งหมด ดังที่จิรพัฒน์ ประพันธ์วิทยากล่าวว่า ไตรโลกยวิชยะ
หรือจักรสังวระ ที่กล่าวไว้ในสาธนมาลานั้น ไม่ได้อยู่ในท่าอรรถปรรยังกะ
แต่ควรอยู่ในท่าปรัตยาลีฒาสนะ ลักษณะของจักรสังวระที่อยู่ในท่าอรรถปรร
ยังกะเช่นนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับเทพอีกองค์หนึ่งที่อยู่ในท่าเต้นร าด้วย
อารมณ์โกรธนั่นคือ เหวัชระ (หรือเหรุกะ) ที่มี 8 เศียร 16 กร ซึ่งจะเป็นที่
นิยมในช่วงต่อมาคือสมัยชัยวรมันที่ 7 “จักรสังวระ” ในท่าเต้นร าบนซากศพ
อาจแสดงถึงพลังของขบวนการแห่งการหลุดพ้น ที่พบได้ในเหวัชระเช่นกัน
รวมถึงการท าให้เทพในศาสนาฮินดูหันมานับถือพุทธศาสนา (Conti, 2014:
388)
ในอินเดียสมัยปาละ “จักรสังวระ” มักอยู่ในท่ากอดรัดกับศักติ มี 2,
6, 12 กร แต่ที่พิมายมี 8 กร 6 กรก าลังฉีกหนังช้าง มีบางคัมภีร์กล่าวว่า
การฉีกหนังช้างเปรียบเสมือน “การฉีกภาพมายา” หรือการปลดปล่อยจาก
โลกมายา ซึ่งพันธนาการมนุษย์ไว้จากการหลุดพ้น (Dawa-Samdup, 1919
อ้างถึงใน Conti, 2014: 389)
มนตร์บทหนึ่งในจักรสังวระคือ ไตรโลกยวิชยมนตร์ มีชื่อว่า
“จักรพรรดิแห่งเวทมนตร์คาถา” (the universal king of spells) ที่แสดงให้
เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างเทพทั้งสอง ที่พิมายไตรโลกยวิชยะกับวัชร
ปาณีอยู่ในบทบาทของเทพชั้นรองที่สัมพันธ์กับจักรสังวระซึ่งปรากฎอยู่
ส่วนกลางของพุทธสถาน (Conti, 2014: 388-389)
266

