Page 10 - ข่าวเนติบัณฑิตยสภา เดือนมกราคม ๒๕๖๙ ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๔๓๘
P. 10
ข่้อ 7 (ข่) (4) แล้ว ม่ผลทางกฎหมายว่าค้่สัญญาแติ่ละฝั่าย ไม่ส่งมอบังานภายในกำาหนดรืะยะเวลา และไม่ม่เหติุให้งด
จุำาติ้องให้อ่กฝั่ายหนึ�งได้กลับัคืนส้่ฐานะดังท่�เป็นอย้่เดิม หรืือลดค่าปรืับัหรืือข่ยายรืะยะเวลาปฏิบััติิงานติามสัญญา
โดยค้่สัญญาแติ่ละฝั่ายติ่างม่สิทธิิหน้าท่�ติามท่�กำาหนดไว้ใน ออกไปติามสัญญาข่้อ 21 โรืงเรื่ยนฯ ผ้้ว่าจุ้างย่อมม่
ปรืะมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาติรืา 391 ปรืะกอบั สิทธิิเรื่ยกเอาค่าปรืับัจุากผ้้รืับัจุ้างได้ติามสัญญาข่้อ 17
มาติรืา 392 และมาติรืา 369 ส่วนกรืณ่ข่้อหารืือว่าหาก วรืรืคสอง นับัแติ่วันครืบักำาหนดรืะยเวลาแล้วเสรื็จุข่องงาน
ผ้้รืับัจุ้างปรืะสงค์จุะรืื�อถอนงานท่�ผ้้รืับัจุ้างได้ดำาเนินการื นั�นจุนถึงวันเลิกสัญญา นอกจุากน่� โรืงเรื่ยนฯ จุะติ้อง
ไปแล้ว จุะสามารืถกรืะทำาได้หรืือไม่ อย่างไรื ส่วนใดบั้างนั�น ใช้ดุลพินิจุในการืพิจุารืณาว่าม่ความเส่ยหายอื�นใดอ่ก
เมื�อข่้อเท็จุจุรืิงปรืากฏว่าโรืงเรื่ยนฯ ยังไม่ได้ติรืวจุรืับังาน หรืือไม่ อย่างไรื จุากการืปฏิบััติิผิดสัญญาดังกล่าว
ติามสัญญาและยังไม่ได้ชำารืะค่าจุ้างให้แก่ผ้้รืับัจุ้าง ย่อม หากม่ความเส่ยหายเกิดข่ึ�นย่อมสามารืถนำามาคิดคำานวณ
อย้่ในดุลพินิจุข่องโรืงเรื่ยนฯ ซึ�งเป็นผ้้ว่าจุ้างท่�จุะพิจุารืณา เป็นค่าเส่ยหายได้ทั�งสิ�น โดยค่าเส่ยหายดังกล่าวจุักติ้อง
ว่าพัสดุหรืืองานท่�ผ้้รืับัจุ้างได้ปฏิบััติิงานแล้วนั�นปรืะสงค์ เป็นความเส่ยหายท่�พิส้จุน์ได้และเก่�ยวเนื�องกับัการืผิด
รืับัไว้ใช้ปรืะโยชน์ในทางรืาชการืหรืือไม่ ซึ�งหากพัสดุหรืือ สัญญาข่องผ้้รืับัจุ้าง ติามนัยปรืะมวลกฎหมายแพ่งและ
งานดังกล่าว โรืงเรื่ยนฯ ไม่ปรืะสงค์รืับัไว้ใช้ปรืะโยชน์ พาณิชย์ มาติรืา 222
โรืงเรื่ยนฯ ก็จุะติ้องคืนพัสดุหรืืองานนั�นให้แก่ผ้้รืับัจุ้างเพื�อ 3. สำาหรืับัการืพิจุารืณาม้ลค่าข่องการืชดใช้คืน
รืื�อถอนติ่อไป ส่วนพัสดุหรืืองานใดท่�ผ้้รืับัจุ้างได้ปฏิบััติิงาน งานอันได้กรืะทำาให้และเป็นการืยอมให้ใช้ทรืัพย์นั�น ซึ�ง
แล้วและโรืงเรื่ยนฯ ปรืะสงค์รืับัไว้ใช้ปรืะโยชน์ โรืงเรื่ยนฯ ปรืะมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาติรืา 391 วรืรืคสาม
ก็ม่สิทธิิรืับังานนั�นไว้ แติ่จุะติ้องใช้เงินให้แก่ผ้้รืับัจุ้างติาม บััญญัติิว่า “ท่านให้ทำาได้ด้วยใช้เงินติามควรืค่าแห่งการื
ควรืค่าแห่งการืนั�น ๆ ติามมาติรืา 391 วรืรืคสาม ซึ�ง นั�น ๆ...” จุะม่หลักในการืคิดคำานวณอย่างไรืนั�น คู่ำาพิพากษา
การืใช้เงินติามควรืค่าแห่งงานดังกล่าว จุะติ้องพิจุารืณา ศาลฎีกาท้ี� ๗๖๑๘/๒๕๕๒ ได้วินิจุฉัยไว้ว่า “เมื�อสัญญา
ข่้อเท็จุจุรืิงเก่�ยวกับัพัสดุหรืืองานท่�ผ้้รืับัจุ้างได้ทำางานไป เลิกกันแล้ว กฎหมายบัังคับัให้ค้่สัญญาติ้องให้อ่กฝั่าย
แล้วทั�งหมดและพฤติิการืณ์แวดล้อมติามความเป็นธิรืรืม หนึ�งกลับัคืนส้่ฐานะเดิม การืกำาหนดค่าข่องงานท่�จุะติ้อง
และความเหมาะสม และเป็นม้ลค่าข่องงานท่�ผ้้รืับัจุ้างได้ ชดใช้แก่กัน มิใช่เป็นค่าติอบัแทนหรืือค่าเส่ยหาย แติ่เป็น
ดำาเนินการืติามความเป็นจุรืิง ส่วนค่าเส่ยหายท่�โรืงเรื่ยนฯ หนทางหนึ�งท่�จุะสามารืถทำาให้ค้่สัญญากลับัคืนส้่ฐานะเดิม
จุะเรื่ยกรื้องจุากการืปฏิบััติิผิดสัญญาติามสัญญาข่้อ 7 ได้ สิ่วนคู่่าข้องงานท้ี�จะชดิใช้แก่ก้นน้�นจะต้องพิจารณ์า
(ข่) นั�น ปรืะมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาติรืา 391 จากมูลคู่่างานท้ี�โจท้ก์ท้ำาให้แก่จำาเลยตามคู่วามจริง จะยึดิ
วรืรืคส่� กำาหนดว่าการืใช้สิทธิิเลิกสัญญาไม่กรืะทบัถึง เอาคู่่าจ้างท้ี�จะต้องชำาระตามงวดิท้ี�กำาหนดิไว้ในสิ้ญญา
สิทธิิในการืเรื่ยกค่าเส่ยหาย เมื�อสัญญาข่้อ 17 วรืรืคสอง ท้ี�เลิกก้นแล้วมาเป็็นหล้กเกณ์ฑ์์อีกไม่ไดิ้ เพราะคู่่าจ้างท้ี�
เป็นการืกำาหนดค่าปรืับัอันถือเป็นการืกำาหนดค่าเส่ยหาย กำาหนดิให้ชำาระแก่ก้นตามสิ้ญญาน้�นอาจมีการกำาหนดิ
ไว้ล่วงหน้า ดังนั�น หากข่้อเท็จุจุรืิงปรืากฏว่าผ้้รืับัจุ้าง สิิ�งท้ี�มิใช่คู่่าข้องงานลงไป็ดิ้วย”
(4) สัญญาข่้อ 7 (ข่) กำาหนดว่า “... ถ้าผ้้รืับัจุ้าง...ไม่สามารืถทำางานให้แล้วเสรื็จุติามกำาหนดเวลา หรืือม่เหติุให้เชื�อได้ว่าผ้้รืับัจุ้างไม่สามารืถทำางานให้แล้วเสรื็จุภายในกำาหนด
เวลา หรืือจุะแล้วเสรื็จุล่าช้าเกินกว่ากำาหนดเวลา หรืือผ้้รืับัจุ้างผิดสัญญาข่้อใดข่้อหนึ�ง... ผ้้ว่าจุ้างม่สิทธิิท่�จุะบัอกเลิกสัญญาน่�ได้ และม่สิทธิิจุ้างผ้้รืับัจุ้างรืายใหม่เข่้าทำางาน
ข่องผ้้รืับัจุ้างให้ลุล่วงไปด้วย การืใช้สิทธิิบัอกเลิกสัญญานั�นไม่กรืะทบัสิทธิิข่องผ้้ว่าจุ้างท่�จุะเรื่ยกรื้องค่าเส่ยหายจุากผ้้รืับัจุ้าง”
10 ข่่าวเนติิบััณฑิิติยสภา

