Page 13 - ข่าวเนติบัณฑิตยสภา เดือนมกราคม ๒๕๖๙ ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๔๓๘
P. 13

ศาลฎ่กาท่� 285/2508, 2645/2527, 609/2529,  ผ้้รื่วมกรืะทำาทุกคนเป็นติัวการืรื่วมกันกรืะทำาความผิด
          3307/2535, 3334/2560, 5302/2562) หากผ้้      (คำาพิพากษ์าศาลฎ่กาท่� 831/2559, 4608/2560,
          กรืะทำาปรืะสงค์หลอกลวงบัุคคลทั�วไป ไม่เฉพาะเจุาะจุง  5186/2563, 79/2564) แติ่ในบัางครืั�งผ้้กรืะทำาอาจุ
          กลุ่มเป้าหมาย ถือว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงปรืะชาชน  ม่ความผิดเพ่ยงผ้้สนับัสนุนในการืกรืะทำาความผิด
          เช่น  แก๊งคอลเซนเติอรื์สุ่มโทรืหรืือส่งข่้อความไปยัง  ดังกล่าว ซึ�งจุะได้รืับัโทษ์น้อยลง หากข่้อเท็จุจุรืิงปรืากฏ
          หมายเลข่โทรืศัพท์ข่องปรืะชาชนทั�วไป หรืือปรืะกาศทาง  ว่า  ผ้้กรืะทำาเพ่ยงแติ่ช่วยเหลือหรืือให้ความสะดวก
          โปรืแกรืมเฟัซบัุ๊กซึ�งเปิดเป็นสาธิารืณะชักชวนลงทุน  แก่ผ้้อื�นก่อนหรืือข่ณะกรืะทำาความผิดเท่านั�น  ทั�งน่�
          ในกิจุการืท่�ไม่ม่อย้่จุรืิง  หรืือปิดปรืะกาศหลอกลวงว่า  ติ้องพิจุารืณาเจุตินาข่องผ้้กรืะทำาเป็นสำาคัญ  อย่างไรื
          สามารืถพาไปทำางานท่�ติ่างปรืะเทศได้ (คำาพิพากษ์าศาล  ก็ติาม การืพิจุารืณาเจุตินาข่องผ้้กรืะทำานั�น เป็นเรืื�องยาก
          ฎ่กาท่� 557/2502,  2593/2521, 5292/2540,  เพรืาะเป็นสิ�งท่�อย้่ภายในจุิติใจุ ไม่สามารืถจุับัติ้องได้ ดังนั�น
          831/2559, 5186/2563, 79/2564)                การืวินิจุฉัยเจุตินาข่องผ้้กรืะทำาจุึงติ้องนำาการืกรืะทำาข่อง
              นอกจุากน่�  การืกรืะทำาข่องผ้้กรืะทำาติ้องครืบั  บัุคคลนั�นมาพิจุารืณาปรืะกอบักันเพื�อวินิจุฉัยว่าบัุคคลนั�น
          องค์ปรืะกอบัภายในด้วย กล่าวคือ ผ้้กรืะทำาติ้องม่เจุตินา  ม่เจุตินาในการืกรืะทำาความผิดหรืือไม่ ซึ�งภาษ์ากฎหมาย
          ในการืกรืะทำาความผิดโดยปรืะสงค์ติ่อผลหรืือย่อมเล็งเห็น  เรื่ยกว่า  “กรืรืมเป็นเครืื�องช่�เจุตินา”  หมายความว่า
          ผลนั�น และม่เจุตินาพิเศษ์ คือ เพื�อให้ได้ไปซึ�งทรืัพย์สินข่อง  การืกรืะทำาข่องแติ่ละคน  เป็นเครืื�องบั่งช่�เจุตินาได้ว่า
          ผ้้เส่ยหายหรืือบัุคคลท่�สาม  หรืือเพื�อให้ผ้้เส่ยหายหรืือ  ม่เจุตินาในการืกรืะทำาความผิดหรืือไม่  (คำาพิพากษ์า
          บัุคคลท่�สามทำา  ถอน  หรืือทำาลายเอกสารืสิทธิิใด  ๆ   ศาลฎ่กาท่� 1625/2567, 4040/2567)
          หากผ้้กรืะทำาไม่ม่เจุตินากรืะทำาความผิดมาแติ่ติ้น ผ้้กรืะทำา     สำาหรืับัคำาพิพากษ์าศาลฎ่กาท่�  4920/2567
          ก็ไม่ม่ความผิดฐานฉ้อโกงหรืือฐานฉ้อโกงปรืะชาชน  น่�  ได้วินิจุฉัยว่า  จุำาเลยม่ความผิดฐานเป็นผ้้สนับัสนุน
          เช่น ผ้้กรืะทำาเข่้าใจุว่าตินสามารืถนำาทรืัพย์สินท่�เช่าไปให้  ให้ผ้้อื�นกรืะทำาความผิดติามแนวคำาพิพากษ์าศาลฎ่กา
          ผ้้เส่ยหายเช่าช่วงได้  แม้ความจุรืิงผ้้กรืะทำาไม่ม่สิทธิิ  ท่� 1625/2567 และ 4040/2567 โดยให้เหติุผล
          ก็ติาม กรืณ่ถือว่าผ้้กรืะทำาไม่ม่ความผิดฐานฉ้อโกงเพรืาะ  ท่�น่าสนใจุติอนหนึ�งว่า “ไม่ป็รากฏิว่าจำาเลยใช้โท้รศ้พท้์
          ข่าดเจุตินาในการืกรืะทำาความผิด (คำาพิพากษ์าศาลฎ่กา  เคู่ล่�อนท้ี�ข้องจำาเลยในการสิ่งลิงก์ข้้อคู่วามเว็บไซื้ต์ป็ลอม
          ท่� 2615/2552)                               หร่อใช้โท้รศ้พท้์เคู่ล่�อนท้ี�ในการโอนเงินออกจากบ้ญชี
              ในบัางกรืณ่ความผิดฐานฉ้อโกงหรืือฐานฉ้อโกง  ข้องผูู้้เสิียหายท้ี� ๒ หร่อจำาเลยไดิ้มอบบ้ตรถึอนเงินสิดิ
          ปรืะชาชน อาจุม่ผ้้รื่วมกรืะทำาความผิดหลายคน แติ่ละคน  (เอท้ีเอ็ม) ให้ผูู้้ใดิ คู่งไดิ้คู่วามเพียงว่า ข้ณ์ะเกิดิเหตุจำาเลย
          อาจุแบั่งหน้าท่�กันทำา  โดยข่ณะหลอกลวงผ้้เส่ยหาย   เป็็นผูู้้เป็ิดิบ้ญชีและมีเงินข้องผูู้้เสิียหายท้ี� ๒ ผู้่านเข้้า
          ผ้้กรืะทำาทั�งหมดไม่จุำาติ้องอย้่พรื้อมกันก็ได้ หากได้ความ  ออกบ้ญชีข้องจำาเลยเท้่าน้�น ข้้อเท้็จจริงจึงย้งไม่เพียง
          ว่าผ้้กรืะทำาแติ่ละคนม่เจุตินากรืะทำารื่วมกันในลักษ์ณะ  พอท้ี�จะบ่งชี�ช้ดิว่าจำาเลยมีเจตนาร่วมกระท้ำาคู่วามผู้ิดิก้บ
          รื่วมแรืงรื่วมใจุกัน  หรืือแบั่งหน้าท่�กันทำา  ถือว่า  คู่นร้ายมาต้�งแต่ต้นโดิยแบ่งหน้าท้ี�ก้นท้ำาอ้นจะเป็็นต้วการ



                                                                                      ข่่าวเนติิบััณฑิิติยสภา  13
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18