Page 197 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 197
195
ตัวอย่างการบูรณาการ ESG ของบริษัทประกันภัยไทย
บริษัทประกันภัยไทยชั้นน�าหลายแห่งได้ริเริ่มด�าเนินงาน ESG อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ตัวอย่างส�าคัญ ได้แก่
AIA Thailand (ประกันชีวิต) MSIG Thailand (กลุ่ม MS&AD Insurance Group)
โดยเปิดเผยข้อมูลร่วมกับบริษัทแม่ AIA Group ที่ฮ่องกง ได้วาง ประกาศนโยบาย ESG อย่างชัดเจนและกลุ่มบริษัท MS&AD
กลยุทธ์ ESG บน 5 หลักการ ประกอบด้วย สุขภาพและสุขภาวะ Insurance มุ่งค้นหาแนวปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดที่ค�านึงถึงความยั่งยืน
การด�าเนินการสีเขียว การลงทุนอย่างยั่งยืน บุคลากรและวัฒนธรรม ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และจึงได้เข้าร่วมในโครงการ UNEP FI
และธรรมาธิบาลที่มีประสิทธิผล (Health & Wellness, Green เพื่อถ่ายทอดและส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีดังกล่าว โดยได้ลงนามใน
Operations, Sustainable Investment, People & Culture and Principles for Sustainable Insurance (PSI) และ Principles for
Effective Governance) โดยประกาศตั้งเป้า Net Zero ภายในปี 2050 Responsible Investment (PRI) ของ UNEP FI และได้มีส่วนร่วมใน
และประกาศเข้าร่วมโครงการริ่เริมเป้าหมายตามหลักการวิทยาศาสตร์ โครงการน�าร่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและ
(Science Base Target Initiatives -SBTi) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือ ธรรมชาติ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้
ระหว่างองค์กรที่ก�าหนดหลักเกณฑ์การตั้งเป้าหมายการลดการปล่อย มีการพิจารณาประเด็นความยั่งยืนในธุรกิจประกันและการลงทุนอย่าง
ก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ภายใต้ข้อตกลงปารีส (1.5°C) จริงจัง (MS&AD Group, 2025 ; MSIG Thailand, 2023)
เพื่อให้บริษัทต่างๆ ทั่วโลกบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 (Science Based Targets เมืองไทยประกันชีวิต (Muang Thai Life)
Initiative, 2023a) เพื่อตรวจสอบและรับรองแผนลดคาร์บอน ให้มี ได้ด�าเนินการวัดและประกาศตัวเลขคาร์บอนฟุตพรินต์องค์กรอย่าง
ความสอดคล้องเชิงวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ AIA ยังลดผลกระทบจาก ต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้า Net Zero (Scope 1-2) ภายในปี 2030 (Muang
การด�าเนินงาน เช่น ลดการใช้กระดาษในส�านักงาน ส่งเสริมเทคโนโลยี Thai Life, 2023 ; 2025)
ประหยัดพลังงาน และปรับพอร์ตการลงทุนไปยังตราสารที่สนับสนุน
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การด�าเนินงานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทใช้ ESG ไทยประกันชีวิต (Thai Life Insurance)
เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักและรายงานผลต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่าง ได้รับการจัดอันดับความยั่งยืน SET ESG Ratings 2024 ระดับ A
โปร่งใส สอดคล้องกับ IFRS S1 และ IFRS S2 และถูกคัดเลือกเข้ากลุ่ม ESG100 ต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความโดดเด่น
ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และมีกรอบกลยุทธ์ 3 มิติ
ได้แก่ Trusted Partner, Life Inclusion และ Infinite World (Thai
Life Insurance, 2024a ; 2024b)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่าบริษัทประกันภัยชั้นน�าของไทยได้เริ่มบูรณาการ ESG ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านกลยุทธ์องค์กร การก�าหนด
เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับการก�ากับดูแลกิจการให้โปร่งใสและตรวจสอบ
ได้ การด�าเนินงานดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นส�าคัญของการปรับตัวต่อมาตรฐานสากล เช่น IFRS S1 และ IFRS S2 และกรอบการรายงานด้านสภาพ
ภูมิอากาศ ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนของภาคธุรกิจประกันภัยไทยในระยะยาว
แนวทางการเตรียมตัวของภาคธุรกิจประกันภัยไทยต่อการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความยั่งยืน
การเปลี่ยนแปลงด้านกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ก�าลังเป็นแนวโน้มส�าคัญที่ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะมาตรฐาน IFRS S1
และ IFRS S2 ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ส�าหรับประเทศไทยหน่วยงานก�ากับดูแล
มีแนวโน้มที่จะน�ามาตรฐานเหล่านี้มาปรับใช้ในอนาคต เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในตลาดทุนและอุตสาหกรรมประกันภัย ดังนั้นภาคธุรกิจ
ประกันชีวิตและวินาศภัยจ�าเป็นต้องเตรียมตัวอย่างเป็นขั้นตอน โดยค�านึงถึงข้อจ�ากัดด้านต้นทุนและความพร้อมของแต่ละบริษัท
แนวทางส�าคัญคือ การจัดท�าโรดแมปแบบเป็นช่วง (Phased-in) เพื่อให้การปรับตัวเป็นไปอย่างราบรื่น โดยในระยะเริ่มต้นควรเน้นการเปิดเผย
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านภูมิอากาศตามมาตรฐาน IFRS S2 ก่อน ซึ่งสามารถด�าเนินการภายใน 1–2 ปีแรก จากนั้นจึงค่อยขยายไปสู่การเปิดเผย
ข้อมูลความยั่งยืนในภาพรวมตาม IFRS S1 ในปีที่ 3–4 การด�าเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปนี้จะช่วยลดแรงกดดันต่อบริษัทที่ยังไม่มีระบบรองรับเต็มรูปแบบ
และเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการภายในอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการจัดท�ารายงาน ESG ตามมาตรฐานสากลมีต้นทุนสูง โดยเฉพาะการค�านวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนเป็นตัวเลขที่ต้องใช้ข้อมูล
เชิงลึกและระบบวัดที่ซับซ้อน เพื่อบรรเทาภาระนี้ควรก�าหนดข้อจ�ากัดและข้อยกเว้นที่เหมาะสม เช่น อนุญาตให้ใช้วิธีการประมาณการ (Estimation)
ในการค�านวณคาร์บอนในระยะแรก โดยไม่ต้องลงทุนในระบบตรวจวัดที่มีราคาแพง หรือการให้ข้อยกเว้นเมื่อมีการจัดท�าเป็นข้อมูลรวมที่บริษัทแม่
ขั้นสูงสุด แบบเดียวกับข้อก�าหนดการจัดท�างบการเงินรวม เป็นต้น

