Page 17 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 17
โบราณคดีอินเดีย | 9
- พ.ศ. 2465 R.D. Banerji ได้สํารวจพบที่ประทับตราจํานวนมากที่เมืองโมเหนโจ-ดาโร
ในแคว้นสินธุ์ (Sindh)
- หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการดําเนินงานค้นคว้าทางโบราณคดีต่อ ภายใต้การนํา
ของ Sir R.E. Mortimer Wheeler
- ปัจจุบัน งานสํารวจทางโบราณคดีส่วนใหญ่ดําเนินงานโดยชาวอินเดียเอง
ห ัก านที ใช้ ระกอบการ ึก าอารย รร อินเดีย
อินเดียไม่สนใจบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สนใจแต่งานด้านวรรณคดี บันทึก
เหตุการณ์ส่วนใหญ่เป็นบันทึกของท้องถิ่น เช่น แคว้นแคชเมียร์ คุชราต เนปาล เป็นต้น หลักฐานที่นํามา
เรียบเรียงเป็นประวัติศาสตร์จึงต้องอาศัยหลักฐานอื่น ๆ หลายด้านมาประกอบกัน ได้แก่
ก. วรรณคดีอินเดีย (ภาษาสันสกฤตและภาษาทมิ ) – เหตุการณ์สําคัญ ๆ มักบันทึกอยู่
ในคัมภีร์ปุราณะ และมหาภารตะ (ภาษาสันสกฤต) นอกจากนี้ก็มีวรรณคดีภาษาทมิ ซึ่งบันทึก
เหตุการณ์ของอินเดียใต้ไว้ แต่วรรณคดีเหล่านี้ก็ไม่ได้ให้ภาพหรือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ จึง
ต้องใช้หลักฐานอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักฐานทางโบราณคดีประกอบ
ข. ห ัก านทางโบราณคดี ได้แก่
- เหรียญตรา จารึกต่างๆ ซึ่งมักปราก พระนามพระมหากษัตริย์และศักราช
(ครองราชย์) หรือบันทึกเหตุการณ์สําคัญ ๆ รวมถึงอาณาเขตของกษัตริย์องค์นั้น ๆ
- โบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น อารยธรรมลุ่มแม่น้ําสินธุ เป็นต้น
ค. บันทึกชาวต่างชาติ
- กรีก เข้ามาพร้อมกับกองทหารของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ต่อมาส่งทูตมา
เจริญสัมพันธไมตรีในสมัยราชวงศ์โมริยะ
- ทูตกรีกได้บันทึกเรื่องราวสําคัญ ๆ ในราชวงศ์โมริยะ ที่สําคัญคือ The Indica of
Megasthenes เขียนโดยเมกัสทีเนส (Megasthenes) ทูตที่เข้ามาสมัยพระเจ้าจันทรคุปต์
- งานเขียนของปโตเลมี (Ptolemy) (ราวป พ.ศ. 673) เกี่ยวกับลักษณะภูมิศาสตร์ของ
อินเดีย
- งานเขียนอื่น ๆ ของชาวกรีกเกี่ยวกับการค้าขาย การเดินเรือของชาวอินเดียในราว
ปลายพุทธศตวรรษที่ 7
- จีน จดหมายเหตุของชาวจีนซึ่งส่วนมากเป็นพระที่เดินทางไปศึกษาพุทธศาสนา
และนมัสการปูชนียสถานที่สําคัญทางพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย

