Page 223 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 223

โบราณคดีอินเดีย | 215








                                  ง. อ  นิ ัท (ข้อกําหนดอันศักดิ์สิทธิ์) ตามศัพท์แปลว่าเข้าไปนั่งลง ตามความหมายว่า
                       บทเรียน เป็นบทประพันธ์ว่าด้วยความนึกคิดทางปรัชญา  คือหลักธรรมอันลึกซึ้ง รวมปรัชญาเก่าแก่ของ

                       อินเดีย มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาความจริงแท้  คัมภีร์อุปนิษัทแต่งขึ้นโดยยึดคัมภีร์พระเวทเป็นหลัก  เป็น
                       ปรัชญาเกี่ยวกับเรื่องดวงวิญญาณอันเนื่องด้วยพรหม เน้นว่าวิญญาณของโลกหรือวิญญาณสากล คือ

                       มหาพรหม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พรหมัน (Brahman – Universal Self) หรือ ปรมาตมัน (ปรม +อาตม)


                                     ปรมาตมัน หรือ พรหมัน - ตามศัพท์แปลว่า ดวงวิญญาณหรืออาต ะอันยิ่งใหญ่
                       หรือวิญญาณแห่งโลก เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามหาพรหม เป็นสวยัมภู (เกิดเอง) เป็นสัจจะเที่ยงแท้หรือ
                       ความจริงสูงสุด เมื่อวิญญาณแห่งโลกเป็นปรมาตมัน สิ่งที่ออกมาจากวิญญาณแห่งโลกก็เป็นอาตมัน

                       ด้วย ด้วยเหตุนี้วิญญาณของบุคคล (ที่ออกจากมหาพรหมหรือปรมาตมัน) ก็คือพรหม สรุปได้ว่า

                       ตนเองคือพรหม หรือพรหมคือตนเอง การรู้จักตนเองคือรู้จักพรหม การรู้จักพรหมคือรู้จักตนเอง การ
                       รู้เช่นนี้เป็นทางเข้าสู่โมกษะคือความหลุดพ้น


                                      โมกษะ คือ ความดีสูงสุดที่มนุษย์ปรารถนา คือความหลุดพ้น หรือนิรวาณ
                       ปราศจากเครื่องยึดเหนี่ยวทั้งปวง มีสภาพกลมกลืนและไปรวมกับปรมาตมัน


                                  คัมภีร์พระเวทและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอาจกําหนดอายุได้ราวศตวรรษที่ 12-10 ก่อน
                       คริสตกาล (คือราว 1,200  -  1,000  ป ก่อนคริสตกาล) โดยแรกเริ่มอาจถูกนําเข้ามาในลักษณะการ

                       จดจําและบอกเล่าในลักษณะของคําสวดอ้อนวอน และมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลัง
                       ราวศตวรรษที่ 8  ก่อนคริสตกาล มนตร์หรือสังหิตาคงเป็นคัมภีร์กลุ่มแรกที่ได้รับการบันทึก จากนั้น

                       คงเป็นคัมภีร์พราหมณะ อรัณยกะ และอุปนิษัท

                                  คัมภีร์พระเวทนี้ห้ามเผยแพร่แพร่แก่ผู้ที่อยู่ในวรรณะต่ํา คือ พวกศูทร หรือ ผู้ที่ไม่ได้นับ
                       ถือศาสนาพราหมณ์ หรือแม้แต่คนต่างชาติ

                                                                                   3
                                  อาย  ของคัมภีร์พระเวท – ประมาณ 2,000 ป ก่อนคริสตกาล

                        รัช าในย ค ระเวท
                                  ชาวอินเดียในยุคพระเวทเป็นพวกวัตถุนิยม พอใจในการใช้ชีวิตทางโลก การจะอยู่อย่าง

                       สงบสุขได้ก็ด้วยการปกป องของเทพ ดังนั้นจุดมุ่งหมายสําคัญในศาสนายุคพระเวท คือการทําให้เทพ

                       เจ้าพอใจ โดยการสวดมนตร์สรรเสริญอํานาจของเทพเจ้าและประกอบพิธีกรรม
                                     ช่วงต้น – เน้นวัตถุนิยม บูชาเทพหลายองค์ และเน้นการประกอบพิธีกรรม

                                     ช่วงหลัง –  เมื่อมีปรัชญาอุปนิษัทซึ่งเน้นการแสวงหาความจริงของโลก เริ่มป ิเสธ

                       พิธีกรรม เปลี่ยนมานับถือเทพสูงสุดองค์เดียวคือพรหมัน




                        3 อุดม รุ่งเรืองศรี, เทวดาพระเวท  (คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2523), หน้า 4.
   218   219   220   221   222   223   224   225   226   227   228