Page 228 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 228

โบราณคดีอินเดีย | 220








                        รัช าในย ค หากา ย
                                     - ยกย่องพระวิษณุเป็นเทพสําคัญ ทําหน้าที่แทนพระอัคนี พระสุริยะ และพระยม เทพใน

                       สมัยพระเวท
                                     - เริ่มการก่อตั้ง 2 นิกายใหญ่คือ ไศวนิกายและไวษณพนิกาย

                                     - เริ่มแนวคิดตรีมูรติ คือ รวมเทพ 3 องค์ (พระพรหม – ผู้สร้าง พระวิษณุ – ผู้รักษา

                       และพระศิวะ – ผู้ทําลาย) เป็นเทพสูงสุดองค์เดียวคือตรีมูรติเป็นปรมาตมันหรือวิญญาณสากล
                                     - มีการผสมผสานระหว่างเทพเจ้าในศาสนาพระเวทและเทพเจ้าท้องถิ่น

                                     - ลัทธิพื้นเมืองหลายลัทธิถูกกลืนเข้าในศาสนาพราหมณ์ เช่น
                                          ลัทธิการบูชานางทุรคา เดิมนางทุรคาเป็นเทพีประจําท้องถิ่น มีลักษณะดุร้าย

                       ต่อมาชาวอารยันยอมรับให้เป็นชายาของรุทร และกลายมาเป็นชายาพระศิวะ เป็นต้นกําเนิดของลัทธิ

                       ศักติ ในมหาภารตะกล่าวถึงการบูชานางทุรคาว่า พระกฤษณะแนะนําอรชุนให้บูชานางทุรคาก่อน
                       ออกสงคราม

                                          ลัทธิปศุปตะ  เป็นลัทธิพื้นเมืองเดิม  ต่อมาเป็นนามของรุทร – ศิวะ มหาภา-

                       รตะกล่าวว่า ปศุปตะเป็นเทพแห่งสัตว์ป า อาศัยอยู่บนเขาหิมาลัย มีชายาคือ พระอุมา หรือ ทุรคา
                       เมื่ออรชุนจะออกสงคราม ได้มาขออาวุธจากปาศุปตะ เป็นที่มาของไศวนิกาย

                                          ลัทธิวสุเทวะ-กฤษณะ เป็นลัทธิที่สําคัญที่สุด มีรายละเอียดกล่าวไว้ในมหาภา
                       รตะ จากลัทธิการบูชาวสุเทวะ-กฤษณะ นําไปสู่  ัท ิ ควตา (มีอีกชื่อหนึ่งว่าปาญจราตระ ซึ่งนับถือ

                       เทพวสุเทวะ-กฤษณะเป็นเทพสูงสุด) วิถีทางแห่งการหลุดพ้นคือ บูชาวสุเทวะ - กฤษณะ ห้าม ่าสัตว์

                       ห้ามสละโลก ลัทธิภควตาเป็นลัทธิแรกที่นําคติการสร้างรูปเคารพมาใช้
                                          จากลัทธิภควตา --> ไวษณพนิกาย

                                     ยุคนี้พราหมณ์มีบทบาทในพิธีกรรมมาก แต่ผู้ที่อยู่ในวรรณะสูงหรือที่ร่ํารวยเท่านั้นที่
                       สามารถประกอบพิธีกรรมได้ เกิดการกีดกันทางวรรณะ ซึ่งทําให้เกิดศาสนาที่ไม่มีพระเจ้าขึ้นนั่นคือ

                       ศาสนาพุทธและศาสนาเชน


                                  8
                       ทรร นะทั้ง 6
                                  นอกจากนี้ในระยะเวลานี้ได้เกิดปรัชญาฮินดู (สํานักคิด) ขึ้น 6  สาขา เรียกว่า ทรรศนะ
                       6 (ษฑทรศน) ซึ่งเกิดขึ้นจากคัมภีร์อุปนิษัทด้วยกัน แม้จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเพื่อให้เกิดปัญญารู้

                       แจ้งเห็นจริงซึ่งสัจธรรม แต่ก็มีแนวทางต่างกัน

                                  ทรรศนะทั้ง 6 ได้แก่






                        8 สุชีพ ปุญญานุภาพ, ประวัติศาสตร์ศาสนา (กรุงเทพ : บริษัทรวมสาสน์ (1977) จํากัด, 2541), หน้า 260-276.
   223   224   225   226   227   228   229   230   231   232   233